[SF] Fall to Pieces -2- (KANGMINKYU)
posted on 14 Nov 2011 07:06 by smile-sneezes directory FictionTitle: Fall to Pieces
Author: smilesneeezes
Pairing: Kangin x Sungmin x Kyuhyun
Rating: ดราม่า ไม่ใส
Note: เคยโพสลง smfix ในนามแฝง junjyou (ยูส shinjuurin) นะคะ :3 (จะมีหลายชื่อทำไม...)
ซองมินออกไปดื่มเหล้าที่ร้านเหล้าที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดฯ มากนัก นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีตั้งแต่คบกับคังอินมาที่เขาต้องพึ่งของมึนเมา ดวงตากลมบวมช้ำจากการร้องไห้ ใบหน้าแดงก่ำทั้งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์และเพราะร้องไห้ไปมากมาย
เขาเจ็บ เจ็บจนไม่รู้แล้วว่าจะมีใครทำให้เขาเจ็บได้แบบนี้อีกไหม... เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อคังอิน แต่คังอินกลับหักหลังเขาแบบนี้ คยูฮยอนเองก็เหมือนกัน เขาไม่รู้หรอกว่าคังอินกับคยูฮยอนรักกันจริงหรือแค่ลุ่มหลงในกันและกันชั่วคราว แต่การกระทำแบบนี้มันมากเกินกว่าใจของซองมินจะรับไหว ใครบ้างที่ทนกับการกระทำแบบนี้ได้?
น่าแปลกที่ยิ่งดื่มเข้าไปมากเท่าไหร่ ในความคิดของซองมินยิ่งมีแต่คยูฮยอน ...คยูฮยอนที่ยืนทำตาแป๋วในวันแรกที่เจอกัน คยูฮยอนที่แอบมองเขาและรีบหลบตาทันทีถ้าเขามองกลับ คยูฮยอนที่ส่งเสียงครวญครางในห้องน้ำวันนั้น คยูฮยอนที่พูดเสียงหนักแน่นว่าจะไปไม่ไหน... คยูฮยอนที่กำลังร่วมรักกับคังอินเมื่อกี้ต่อหน้าต่อตาเขา...
แม้กระทั่งตอนที่เขาดื่มจนเมาได้ที่และตัดสินใจกลับห้อง ในหัวของซองมินก็ยังคงมีแต่ใบหน้าของคยูฮยอนลอยวนเวียนอยู่ในหัว
ถ้าเพียงแต่จะไม่มีเด็กคยูฮยอนนั่นเข้ามาในชีวิต... เขาก็คงไม่ต้องเจ็บขนาดนี้
ซองมินกลับมาที่ห้องในสภาพเมามายเมื่อเวลาเกือบๆ เที่ยงคืน ภายในห้องมืดสนิทเหมือนเดิมและคราวนี้ก็ไม่มีไฟจากที่ไหนส่องให้แสงสว่างเขาอีก เขากวาดมือหาสวิตช์ของหลอดไฟเล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงเหนือประตูอย่างสะเปะสะปะจนกระทั่งหาเจอและเปิดมันติด ส่องสว่างพอที่จะทำให้เขามองไปรอบๆ ห้องได้
ซองมินโยนกระเป๋าทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเสมองไปยังประตูห้องนอนของตัวเอง เชื่อว่าเวลานี้คังอินคงหลับไปแล้ว เขาหันกลับไปทางประตูห้องนอนของคยูฮยอน และสมองที่ตอนนี้มีแต่คำว่าคยูฮยอนก็สั่งให้เขาพาร่างตัวเองไปหน้าประตูห้องนั้น และเคาะ ไม่นานนักเจ้าของร่างบางที่อยู่ในห้องนั้นก็ออกมาเปิดประตูรับ
“ค...คุณซองมิน" เขาร้องอย่างตกใจที่อยู่ๆ ซองมินก็มาเคาะประตู และตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าซองมินเมา เขาไม่เคยเห็นซองมินตอนเมามาก่อน...ดวงตาของซองมินปรือแต่กลับฉายแววน่ากลัวเมื่อมองคยูฮยอน ริมฝีปากกระจับกลายเป็นสีแดงเข้มเหมือนกับแก้มของซองมินในตอนนี้ ลมหายใจของซองมินฟุ้งด้วยกลิ่นแอกอฮอลล์
“โจคยูฮยอน...” ซองมินพึมพำออกมา ต่อหน้าเขาตอนนี้มีเพียงร่างเพรียวในชุดเสื้อยืดสีดำและกางเกงขาสามส่วน คนละชุดกันกับเมื่อครู่นี้ แม้จะมีเพียงแสงไฟสลัวจากภายในห้องนอนของคยูฮยอนและภายนอกห้องส่องมา แต่ก็ไม่อาจปิดบังดวงตาคู่นั้นได้... ดวงตากลมโตเหมือนลูกแมวที่ซองมินจำตราตรึงใจตั้งแต่ได้พบกันครั้งแรก... มีเสน่ห์เย้ายวนจนซองมินยังต้องยอมรับและเผลอหลุดปากออกมาครั้งหนึ่งให้คังอินได้ยินว่า...คยูฮยอนเองก็น่ารักเหมือนกัน...
ชายหนุ่มยื่นมือขึ้นไปสัมผัสแก้มคยูฮยอนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเขาเองก็ตกใจที่จู่ๆ ซองมินก็ยื่นมือมาต้องตัวจนได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ซองมินลากมือไล่ไปยังเปลือกตา จมูกโด่งสวย และหยุดที่ริมฝีปาก... ซองมินหยุดชะงักไปนิดหนึ่ง และเมื่อรำพันกับตัวเองในใจว่าริมฝีปากสวยๆ นี้เคยไปจูบใครมาบ้าง ตอนนั้นเองที่ซองมินคิดถึงภาพที่คังอินครอบครองริมฝีปากนี้เมื่อก่อนหน้านี้ รวมไปถึงภาพระหว่างคังอินกับคยูฮยอนที่เขาได้เห็นครั้งแรก
อารมณ์กราดเกรี้ยวปะทุขึ้น ซองมินผลักคยูฮยอนเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูอย่่างรวดเร็ว
“คะ...คุณซองมิน!”
“ฉันพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคังอินถึงหลงนายนักจนถึงกับกล้าหักหลังฉันแบบนี้...” ชายหนุ่มจับปลายคางของคยูฮยอนไว้แน่น "ตาโตๆ ปากน่าจูบ... หึ! สเป็คคังอินเขาล่ะ!”
“คุณซองมิน คุณซองมินเมามากแล้วนะครับ...”
“แล้วที่ฉันต้องเป็นแบบนี้เพราะใคร! ไม่ใช่เพราะนายกับคังอินรวมหัวกันทำร้ายฉันเหรอ? ก่อนจะเสร็จในห้องครัวน่ะไปเสร็จกันถึงไหนมาบ้างแล้วล่ะ? ห้องน้ำ ห้องนอน ตรงระเบียงห้อง? กี่รอบล่ะ กี่รอบแล้วโจคยูฮยอนตั้งแต่นายเหยียบเข้ามาที่นี่!!! คังอินน่ะถึงใจนายดีมั้ย!”
“ผมไม่...” ร่างบางถูกซองมินผลักลงบนเตียง และถูกคร่อมทับทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว มือทั้งสองถูกซองมินตรึงเอาไว้แน่น "ปล่อยผม!”
คยูฮยอนพยายามดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่เป็นผล ยิ่งดิ้นซองมินยิ่งจับเขาไว้แน่นกว่าเดิม ตอนนี้เขารู้แล้วว่าซองมินกำลังจะทำอะไรเขา และมันก็น่ากลัวกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก
“คุณซองมิน...อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมขอร้อง...”
ซองมินไม่สนใจอะไรทั้งนั้น โทสะที่ผสมฤทธิ์แอลกอฮอลล์เข้าไปทำลายสติจนซองมินไม่สามารถยับยั้งตัวเองได้อีกแล้ว มือแกร่งบีบใบหน้าของคยูฮยอนไว้แน่นและพูดเสียงเย็นว่า "ฉันล่ะอยากจะรู้นักว่านอกจากหน้าตาซื่อๆ แต่ยั่วอารมณ์ของนายเนี่ย เรื่องอย่างอื่นนายน่ะยอดเยี่ยมแค่ไหนคังอินถึงหลงนายขนาดนี้!"
“ยะ...อย่า!”
ซองมินก้มลงไปเชยชิมความหอมหวานจากริมฝีปากของคนข้างล่าง และเมื่อได้ลิ้มรสแล้วซองมินก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมคังอินถึงหลงใหลคยูฮยอนนัก... สิ่งที่ได้เห็นผ่านสายตาเทียบรสสัมผัสที่เขากำลังรู้สึกอยู่ในชั่ววินาทีนี้ไม่ได้สักนิด ชายหนุ่มแทรกลิ้นล่วงล้ำเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ในหัวของซองมินมีแต่คำว่าอยากได้...อยากได้มากกว่านี้ และไม่สนใจเสียงครางประท้วงที่ได้แต่ดังอยู่ในลำคอระหงนั้นเลยแม้แต่น้อย
มือข้างหนึ่งของคนด้านบนค่อยๆ เลื่อนลงต่ำและจัดการปลุกเร้าคนด้านล่าง ยอมตัดใจผละริมฝีปากออกเพื่อจะได้มองหน้าคยูฮยอนตอนนี้ชัดๆ... ปากอิ่มเผยออ้าเล็กน้อยปล่อยเสียงครวญออกมาให้ได้ยินเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกัดริมฝีปากล่างไว้เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เสียงน่าอายนั้นหลุดออกมา คยูฮยอนยังคงขยับร่างไปมาหวังว่าจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่ก็ไม่มีผลอะไรเพราะซองมินยังคงกดร่างคยูฮยอนให้แนบติดเตียงเอาไว้จนไปไหนไม่ได้
“อะ..อื๊อ...” ในที่สุดคยูฮยอนก็ไม่อาจกลั้นเสียงนั้นไว้ได้อีกต่อไป ภาพทรงจำของเหตุการณ์ในห้องน้ำเริ่มหวนกลับเข้ามาในความคิดของคยูฮยอน ผู้ซึ่งไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังทำให้อีกฝ่ายคลั่งแค่ไหนจากการตอบสนองของตัวเอง ซองมินขยับมือเร็วขึ้นกว่าเดิม หวังว่าจะได้ยินเสียงหวานนั้นครางถี่ตามไปด้วย ซึ่งซองมินก็ได้ยินมันสมใจ...
ชายหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด เปิดโอกาสให้คยูฮยอนโพล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ปล่อยผมไปเถอะนะครับ พรุ่งนี้ผมจะไปแล้ว ผมจะไปจากที่นี่จริงๆ...”
“อะไรกันคยูฮยอน... มาสร้างเรื่องเอาไว้แล้วจะหนีไปง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?” ซองมินเอ่ย พร้อมกับดึงมือคยูฮยอนไปแนบกับส่วนกลางลำตัวของตัวเองที่ตอนนี้โป่งนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "กับคังอินนายก็คงทำแบบนี้สินะ... ยั่วให้อยากจนหมอนั่นพานายเข้าบ้าน..."
“คุณซองมิน! หยุดซักทีผมขอร้อง!” คยูฮยอนเริ่มร้องไห้ออกมา ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
หากคนที่อยู่เหนือกว่าก็ไม่ฟังแต่อย่างใด ทั้งฤทธิ์แอลกอฮอลล์และฤทธิ์อารมณ์ที่รุนแรงทำให้ซองมินไม่สามารถฉุกคิดอะไรได้เลย ชายหนุ่มดึงอาภรณ์ท่อนล่างของคยูฮยอนลงในคราวเดียว พร้อมกับเลื่อนมือขึ้นไปถลกเสื้อคยูฮยอนออกทันที มือทั้งสองลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างระหงที่ปรากฏแก่สายตา ก้มลงเชยชิมแทบทุกบริเวณบนร่างนั้น คยูฮยอนกระตุกเมื่อศีรษะของซองมินเริ่มเคลื่อนที่ลงต่ำไปเรื่อยๆ หลุดร้องออกมาเบาๆ เมื่อสัมผัสเปียกชื้นแตะที่บริเวณต้นขาด้านใน ก่อนจะร้องออกมาสุดเสียงเมื่อความอบอุ่นครอบลงมาจนสุด
คยูฮยอนอยากจะฝืนและพาตัวเองหนีออกไปจากห้องนี้ แต่แรงปลุกเร้าด้านล่างทำให้คยูฮยอนได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ซองมินนำทาง เมื่ออารมณ์มานำหน้าเขาก็หมดเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนใดๆ ได้แต่หลับตาลงและรับสัมผัสปรนเปรอที่ร้อนแรงนั้น สติทั้งหมดลอยลิ่วหายไป มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อซองมินที่ตอนนี้ก็ร่างกายเปลือยเปล่าเหมือนกันจับร่างเขาพลิกคว่ำลงและแทรกนิ้วเข้าไป เขาร้องออกมาเมื่อร่างกายถูกล่วงล้ำเป็นครั้งแรก แต่แล้วก็เกลียดตัวเองจับใจที่ร่างกายกลับรู้สึกดีกับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้
เมื่ออีกฝ่ายคิดว่าเขาคุ้นชินแล้ว คราวนี้ซองมินก็แทรกกายเข้ามาจริงๆ และคยูฮยอนก็กรีดร้องออกมา เขาเจ็บปวดเหมือนร่างกายกำลังจะขาดออกจากกัน แตกต่างจากคนข้างบนที่ตอนนี้ครางเสียงต่ำออกมาอย่างสุขสม โจคยูฮยอนกำลังทำให้อีซองมินคลั่ง... เขาควรจะเกลียดร่างนี้ที่ทำร้ายเขา รังเกียจร่างโสมมนี้ที่ผ่านมือคังอินมาแล้ว แต่คยูฮยอนกำลังทำให้เขาลุ่มหลงจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับหน้าคยูฮยอนให้หันมามองเขาและจูบไปเบาๆ บนริมฝีปาก ในขณะที่ก็ยังคงขยับเข้าไปในร่างของคนด้านล่างไม่หยุด
คยูฮยอนนึกรังเกียจตัวเองเหลือเกิน...เพราะทันทีที่ร่างกายคุ้นเคยกับสิ่งแปลกปลอมที่แทรกเข้ามาเขาก็กลับรู้สึกดีและต้องการมันมากขึ้น แทบไม่อยากเชื่อว่าร่างกายเขาที่ตอนนี้เผลอขยับตามจังหวะของซองมินโดยไม่รู้ตัวจะเป็นร่างเดียวกับที่เอ่ยปากขอร้องให้ซองมินปล่อยเขาไปเมื่อกี้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่ซองมินทำอยู่นั้นเลวร้ายมากมาย คยูฮยอนเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้ตัณหาขึ้นมาครอบงำอยู่เหนือสติทุกอย่าง และหน้าคังอินก็ลอยขึ้นมาในมโนภาพของร่างบาง...
แม้แต่กับคังอิน...คังอินที่เขารักแท้ๆ เขายังไม่เคยปล่อยให้คังอินทำแบบนี้เพราะยังกลัวและไม่กล้า... แน่นอนเขากับคังอินอาจจะสัมผัสร่างกายและปลดปล่อยให้กันและกันบ้าง แต่คังอินยังไม่เคยรุกล้ำเข้ามาในร่างกายแบบที่ซองมินทำอยู่ตอนนี้ และแค่เพียงคยูฮยอนนึกภาพว่าถ้าคังอินรู้... ถ้าคังอินรู้ว่าซองมินมีอะไรกับเขาไปแล้ว...
น้ำตาของคยูฮยอนไหลออกมาไม่ขาดสายจากความเจ็บปวดที่บีบรัดหัวใจแน่นจนแทบขาด เขารู้สึกผิดที่ร่างกายเคลิบเคลิ้มไปกับการกระทำของซองมิน รู้สึกผิดที่เขากำลังหักหลังคังอินแบบนี้ และแล้วคยูฮยอนก็อยากจะตายไปให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อในที่สุดหลังจากซองมินกระแทกเข้ามาแรงๆ อีกเพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็หลั่งหยาดอารมณ์ออกมาพร้อมๆ ที่ซองมินก็ปลดปล่อยเข้ามาในร่างกายเขา
ร่างของคนด้านบนลงมาทาบทับและกอดรัดร่างของคยูฮยอนไว้แน่นราวกับไม่อยากปล่อยให้ไปไหน พวกเขาค้างอยู่ในท่านั้นเพียงชั่วครู่จนในที่สุดคยูฮยอนก็โพล่งออกมาเสียงสั่นเครือว่า
“เสร็จแล้วก็ออกไป" เขาพูดห้วนๆ "ไง... ลีลาผมน่ะถึงใจคุณดีมั้ย? ต่ออีกซักรอบมั้ยล่ะ!"
“คยูฮยอน...” ซองมินค่อยๆ ลุกขึ้น
ร่างบางดึงผ้าห่มมาคลุมร่างไว้ พลิกตัวและนอนตะแคงหันหลังให้ซองมิน และไม่พูดอะไรอีกเลยสักคำ ซองมินได้แต่เดินไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่ถอดทิ้งไว้ แต่งตัวอย่างลวกๆ และออกไปจากห้องเงียบๆ แม้ว่าเมื่อกี้จะอิ่มเอิบกับร่างกายคยูฮยอนมากแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินคำพูดประชดประชัดที่ตัดพ้อของคยูฮยอนเต็มสองหู เขาก็รู้ตัวแล้วว่าได้ทำอะไรเลวร้ายลงไป
อีกแล้ว...อีกแล้วที่อารมณ์ชั่ววูบของซองมินทำร้ายโจคยูฮยอน...
และซองมินก็ได้แต่พึมพำคำว่าขอโทษ...ที่คยูฮยอนไม่ได้ยิน...
“คยูฮยอนไปไหน" คือคำแรกที่คังอินพูดขึ้นทันทีเมื่อไม่เห็นคยูฮยอนที่โต๊ะอาหารตอนเช้า "หรือว่าไม่สบาย...”
ซองมินรู้ทันทีว่าประโยคหลังที่คังอินพึมพำเบาๆ ออกมามีนัยแฝงอะไร ภาพคังอินกับคยูฮยอนกอดจูบกันในห้องครัวและภาพเขากับคยูฮยอนเมื่อคืนในห้องนอนของเจ้าตัวผุดขึ้นมาในสมอง... และก่อนที่คังอินจะได้ทำอะไร เขาก็ลุกขึ้นทันที
“เดี๋ยวฉันไปดูให้เอง"
เมื่อเปิดประตูเข้าไป ซองมินก็เห็นคยูฮยอนนอนตะแคงหันหลังให้เหมือนก่อนออกจากห้องมาเมื่อคืนไม่มีผิด แตกต่างกันตรงที่ตอนนี้คยูฮยอนสวมเสื้อผ้าแล้วเรียบร้อย เจ้าตัวคงฝืนใจลุกขึ้นมาสวมเสื้อผ้าชุดเดิมหลังจากซองมินออกไป แต่ยังคงไม่ได้อาบน้ำ เขาเดินอ้อมไปอีกด้านของเตียงเพื่อให้เห็นหน้าคยูฮยอนและส่งเสียงเรียก
“คยูฮยอน...คยูฮยอน”
พอได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองคยูฮยอนก็ลืมตาตื่นขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เขาก็หลุบตาลงและกระถดตัวหนีทันทีพร้อมพูดว่า "จะมาทำอะไรผมอีก"
“คยูฮยอน... อาบน้ำรึยัง ข้าวเช้าเสร็จแล้วนะ"
เจ้าของชื่อไม่ตอบ และหลังจากซองมินเรียกชื่อคยูฮยอนอยู่อีกสองสามทีเขาก็หมดความอดทน ได้แต่ทิ้งท้ายไว้ว่าคยูฮยอนควรจะไปอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายตัวเองให้เรียบร้อย และถ้าลุกไหวก็ควรจะไปกินอาหารเช้าซะ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องของคยูฮยอน และเผชิญหน้ากับคังอินที่เหมือนจะยืนดักรออยู่หน้าประตู
“คยูฮยอนเป็นอะไร?”
“ก็...ไม่สบายแหละ"
“ให้ฉันเข้าไปดูซิ"
“ไม่ต้องหรอก เขาหลับไปแล้ว" ซองมินโกหก "อย่าเพิ่งไปกวนเขาเลย เขากำลังพักผ่อน ไว้ตื่นมาค่อยให้กินยาก็ได้"
คังอินทำปากขมุบขมิบเหมือนไม่เชื่อ แต่แล้วก็โดนซองมินลากให้ไปนั่งที่เดิม
“ไปทำงานไม่ใช่เหรอ รีบๆกินแล้วก็ไปเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลคยูฮยอนให้เอง"
คังอินอ้าปากค้าง "นายเนี่ยนะจะดูแลคยูฮยอน?”
“ทำไม ดูแลไม่ได้รึไง?”
“เปล่า ก็เห็นปกตินายไม่เห็นจะสนใจคยูฮยอน...”
ซองมินแสร้งปั้นเสียงแข็งทันที "ฉันไม่ได้สนใจคยูฮยอน ฉันแค่สนใจคนป่วย ไม่อยากให้ใครมาป่วยตายในห้องนี้"
คังอินพยักหน้าเออออตาม แม้จะสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆ ซองมินถึงสนใจคยูฮยอนมากกว่าแต่ก่อนถึงขนาดจะช่วยดูแลให้ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรจนกระทั่งกินข้าวเสร็จและออกไปทำงาน เหลือแค่ซองมินและคยูฮยอนที่วันนี้คงไม่ได้ออกไปเรียนเพราะป่วยอยู่กันเพียงสองคน
“คยูฮยอนอ่า...”
ซองมินเข้าไปในห้องนอนของคยูฮยอนอีกครั้งหลังจากคังอินออกไปได้สักพัก คราวนี้เขานั่งลงบนขอบเตียงใกล้ๆ ร่างของคยูฮยอนที่ผล็อยหลับไปแล้วอีกครั้ง "คยูฮยอน" ซองมินเรียกอีกครั้ง คราวนี้คยูฮยอนลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง และคำพูดแรกที่คยูฮยอนพูดออกมาเมื่อเห็นหน้าซองมินก็คือ
“ออกไป...”
“ฉันออกไปก็ได้ แต่นายต้องลุกขึ้นมาอาบน้ำก่อน" ซองมินพูด
“ไว้ค่อยอาบ ผมลุกไม่ไหว...” คยูฮยอนตอบเสียงงัวเงีย
“ลุกไม่ไหวก็ต้องอาบ" ซองมินเริ่มขึ้นเสียง แม้จะรู้สึกกระดากปากนิดๆ จนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มแต่เขาก็ตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ ว่า "ไอ้ที่มัน...มันค้างอยู่ในนั้นน่ะ ไม่รู้สึกแปลกๆ บ้างเหรอ... รีบไปล้างซะสิ...”
“หา?” คยูฮยอนยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่ซองมินต้องการจะสื่อ จนซองมินเริ่มรำคาญที่จะพูดอ้อมๆ และเอ่ยเสียงดังออกมาว่า
“ตอนนายมีอะไรกับคังอินเสร็จนายก็ปล่อยทิ้งไว้ยังงี้เหมือนกันรึไงฮะ?! รีบไปล้างออกซะซี่!”
“คุณพูดอะไรของคุณ... ผมไม่รู้... ปล่อยทิ้งไว้อะไร... ก็ผมไม่เคย... เลิกยุ่งกับผมซักที...”
ใจของซองมินกระตุกวาบเมื่อได้ยินประโยคหนึ่งหลุดออกมาจากปากของคยูฮยอน ซองมินหาคำมาสร้างประโยคไม่ถูกแล้ว ได้เพียงแต่พูดออกมาว่า "คยูฮยอน...”
“ทำไมอีก... รีบๆ ออกไปได้แล้ว ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ!”
“นายไม่... นายไม่เคยทำแบบนั้น... กับคังอิน...”
“ต้องพูดว่าคังอินฮยองไม่เคยทำอะไรแบบนั้นกับผมมากกว่า... ผมไม่เคย ผมยังไม่พร้อม และเขาก็ยอมทนรอ แต่คุณ...” คยูฮยอนพูดเสียงแข็งกว่าเดิม แต่มันกลับออกมาพร้อมกับน้ำตา "...ผมเกลียดคุณ... ผมเกลียดคุณ...เกลียด...”
“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ...” ซองมินได้แต่พูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา เพราะเขาไม่มีอะไรที่จะพูดกับคยูฮยอนได้อีกแล้วนอกจากประโยคนี้ เขารู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเขาก็ย้อนกลับไปแก้มันไม่ได้ แต่เขาอยากให้คยูฮยอนรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกสะใจกับสิ่งที่ทำลงไปเลยสักนิด
“คุณรีบออกไปให้พ้นหน้าผมเลย ไม่ต้องมาห่วงผม...” คยูฮยอนพูดปนเสียงสะอื้น "ออกไป... ไปไหนก็ไป...”
ซองมินไม่กล้ายืนสู้หน้าคยูฮยอนได้อีกต่อไป เขาเดินออกมาจากห้องและยืนค้างอยู่หน้าประตูเพราะความจริงที่ได้รู้ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว เขาเข้าใจมาตลอดว่าคยูฮยอนมีอะไรกับคังอินไปแล้วและเขาก็โกรธเกลียดคยูฮยอนเพราะเรื่องนั้นมาตลอด แต่ความจริงมันไม่ใช่...
ชายหนุ่มหัวหมุนไปหมด ความสงสารคยูฮยอนก่อตัวขึ้นเต็มใจ อารมณ์ชั่ววูบของคังอินและของเขาทำให้คยูฮยอนต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถ้าคังอินไม่พาคยูฮยอนเข้ามาก็คงไม่เกิดเรื่อง... ถ้าซองมินควบคุมตัวเองได้ดีกว่านี้ คยูฮยอนก็คงไม่ต้อง...
เสียงเปิดประตูห้องดังแกร๊กทำให้ซองมินหันไปมอง คยูฮยอนเดินออกมาจากห้องช้าๆ สีหน้ายังคงซีดเซียวและดูอิดโรย มือข้างหนึ่งยึดกรอบประตูเอาไว้ แขนอีกข้างหนึ่งหนีบเสื้อผ้าชุดใหม่เอาไว้ ห้องนอนของคยูฮยอนเป็นห้องเล็กที่ไม่มีห้องน้ำในตัว ไม่เหมือนห้องนอนห้องใหญ่ของซองมินกับคังอิน เขาจึงต้องออกมาใช้ห้องน้ำข้างนอก
“เดินไหวมั้ย" ซองมินยื่นมือจะไปช่วยพยุง แต่คยูฮยอนปัดออกเบาๆ และฝืนเดินไปเองเงียบๆ ไม่โต้ตอบอะไรกับซองมิน
หลังจากคยูฮยอนเข้าห้องน้ำไปแล้ว ซองมินก็เดินตามไปยืนดักรอที่หน้าประตูห้องน้ำอีกทีหนึ่ง เขากลัวว่าเกิดคยูฮยอนเป็นอะไรไปเขาจะได้เข้าไปช่วยได้ทัน... แว่บหนึ่งที่ซองมินนึกสงสัยขึ้นมาในใจว่าทำไมเขาต้องเป็นห่วงคยูฮยอนถึงขนาดนี้ แต่แล้ววินาทีต่อมา สมองก็หาคำตอบให้กับตัวเองได้
ผ่านไปสักพัก คยูฮยอนก็เดินออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่และโยนเสื้อผ้าเก่าทิ้งลงในตะกร้าหน้าห้อง เขามองซองมินเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งด้วยสายตาที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร มองเห็นอาหารชุดหนึ่งมีฝาครอบไว้อย่างดีจึงรู้ว่าเป็นของตัวเอง จึงนั่งตรงนั้นและกินทันทีโดยไม่สนใจซองมิน
ทันทีที่คยูฮยอนเห็นหน้าซองมินที่ปรี่มานั่งตรงกันข้าม เขาก็โพล่งออกมาทันทีว่า
"ในเมื่อคุณเกลียดผมมากขนาดนี้... เกลียดจนทำกับผมได้ถึงขนาดนี้...” คยูฮยอนกัดฟัน "ผมก็จะอยู่ให้คุณเกลียดขี้หน้าผมแบบนี้ต่อไป อยู่ให้คุณรู้สึกผิดว่าทำเรื่องเลวร้ายกับผม...ให้เวลาคุณมองหน้าผมแล้วคุณจะนึกถึงแต่เรื่องเมื่อคืน...”
ซองมินไม่โต้ตอบอะไร และถ้านั่นจะทำให้คยูฮยอนรู้สึกดีขึ้น...รู้สึกเหมือนได้แก้แค้นเขา ซองมินก็จะยินยอมให้คยูฮยอนทำ เพราะตอนนี้เขาไม่อยู่ในฐานะที่จะไปเรียกร้องอะไรได้แล้ว ถูกอย่างที่คยูฮยอนพูด... คยูฮยอนเป็นเสี้ยนหนามหัวใจเขา แต่คยูฮยอนก็ไม่เคยทำร้าย ไม่เคยละเมิดร่างกายเขาแบบนี้ มีแต่ฝ่ายเขาเองที่ทำ... และทำมันรุนแรงเสียด้วย
เมื่อก่อนคยูฮยอนไม่เคยเชื่อว่าชีวิตคนเราจะเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วในพริบตา ด้วยความที่เติบโตมากับผู้ปกครองชนชั้นสามัญธรรมดาที่แทบไม่ทำอะไรเลยนอกจากทะเลาะกันให้ลูกเสียสุขภาพจิตเล่น แต่นับตั้งแต่รู้จักกับคังอิน คยูฮยอนก็เริ่มเชื่อแล้วว่า ชีวิตของเขาจะถูกชักนำไปให้เจออะไรบ้างก็ไม่รู้ บางครั้งมันอาจเป็นเรื่องดี เช่นการได้เข้ามาอยู่ที่นี่ มีคังอินเป็นที่พึ่งทางใจให้เขารู้สึกมีค่ามากกว่าเก่า แต่บางครั้งมันอาจเป็นเรื่องเลวร้าย...เช่นเรื่องที่เกิดกับเขาเมื่อคืน
เรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับคยูฮยอนนั้นก็ทำให้เขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากที่คยูฮยอนพยายามอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรให้ระคายใจซองมินเพราะยังเจียมตัวอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายเป็นคนของคังอิน แต่หลังจากที่ซองมินทำร้ายเขา คยูฮยอนกลับจงใจที่จะล้ำเส้นเดิมที่เคยขีดคั่นกลางระหว่างเขากับซองมินเอาไว้
คยูฮยอนแสดงท่าทีเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคังอินมากขึ้นกว่าเดิมจนบางครั้งคังอินเองยังต้องปรามคยูฮยอนเอาไว้เพราะมีซองมินอยู่ แต่คยูฮยอนก็ไม่แคร์ เขาอยากให้ซองมินเจ็บปวดใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
'กลับบ้านเร็วๆ นะครับ' พร้อมกับหอมฟอดหนึ่งที่แก้มคังอินกลายเป็นสิ่งที่คยูฮยอนทำทุกเช้า และทำต่อหน้าซองมิน ครั้งแรกที่คยูฮยอนทำแบบนี้ คังอินเกือบจะรีบหันไปแก้ตัวกับซองมินว่ามันเป็นแค่การแสดงความรักแบบพี่น้องกันธรรมดา ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น แต่เขากลับเห็นแต่สีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรของซองมิน เขาจึงเดาเอาว่าซองมินคงไม่ทันเห็น ผิดกับร่างบางที่รู้ดีว่าซองมินเห็น เพราะเขามีเจตนาที่จะให้ซองมินเห็นภาพนั้นต่อหน้าต่อตา
และหลังจากทำใจอยู่หลายคืน พยายามสลัดภาพในคืนที่ซองมินเข้ามาในห้องเขาออกไปจากใจ คยูฮยอนก็คิดว่ามันควรจะถึงเวลาแล้วสักที...
“พร้อมแน่นะ... คยู?”
“ฮะ...ฮยอง..”
คยูฮยอนพยักหน้า ก่อนจะหลับตาพริ้มและรับจูบจากร่างสูง แขนเรียวยกขึ้นโอบคอคังอินเอาไว้ เผลอหลุดเสียงครางออกมาเมื่อคังอินเริ่มลูบไล้ไปตามร่างเพรียว มือสอดเข้าไปใต้เสื้อและสะกิดหยอกเย้าจุดอ่อนไหว แล้วจึงถอดเสื้อทิ้งเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียด จากนั้นมือของคังอินก็ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปด้านล่าง
ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อมือของคังอินแตะลงตรงส่วนกลางลำตัวและลูบขึ้นลงเบาๆ เป็นจังหวะผ่านเนื้อผ้า หากยังไม่ทันที่คังอินจะทำอะไรมากกว่านี้ คยูฮยอนก็ผละริมฝีปากออกและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ายวนว่า
“ให้ผมทำให้มั้ยฮะ...ฮยอง..”
มีหรือที่ชายหนุ่มจะปฏิเสธ... ร่างใหญ่หยัดกายขึ้นนั่งและเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนเตียง พร้อมๆ กับที่ร่างบางก็ลุกขึ้นมาและค่อยๆ ปรนเปรอคังอินเหมือนที่เคยทำมาตลอด มือสวยปลดกระดุมชุดนอนลายทางของคังอินทีละเม็ดๆ และค่อยๆ จูบไปเบาๆ บนผิวกายของอีกฝ่าย หากคราวนี้คยูฮยอนกลับไม่รอช้า เมื่อศีรษะเลื่อนลงต่ำลงไปจนถึงกางเกง เขาก็รีบดึงมันออก และใช้ริมฝีปากครอบลงไปทันที
“วันนี้ใจร้อนจัง...”
ใช่... คยูฮยอนใจร้อน เขาอยากให้คังอินมาลบรอยบาปที่ซองมินทำเอาไว้กับร่างกายเขาให้หมดโดยเร็ว อยากจะเยาะเย้ยซองมินว่าในที่สุด...ในที่สุดเขาก็เป็นของคังอินไปแล้วโดยสมบูรณ์ ศีรษะทุยขยับไปพร้อมๆ กับมือที่รูดขึ้นลงเป็นจังหวะ จนกระทั่งคังอินบอกให้พอร่างบางจึงหยุด ปล่อยให้อีกฝ่ายจับนอนราบลงกับเตียง ถอดกางเกงออกและแหวกขาออกกว้าง
หากมันกลับไม่เป็นอย่างที่คยูฮยอนตั้งใจ เพราะทันทีที่คังอินเริ่มแทรกนิ้วเข้ามา เหตุการณ์ในคืนนั้นที่ซองมินก็ทำแบบนี้ก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวพร้อมๆ กับความเจ็บปวดในครั้งนั้น คยูฮยอนนิ่วหน้าจนคังอินถามอย่างเป็นห่วงว่า "เจ็บเหรอ"
คยูฮยอนไม่ตอบอะไร แต่พอคังอินขยับนิ้วเข้ามาลึกอีก คยูฮยอนก็รู้แล้วว่าเขาทนต่อไปไม่ได้... สิ่งที่ซองมินทำยังคงหลอกหลอนเขาอยู่และเขาก็ไม่สามารถเอาชนะมันได้จริงๆ
“อะ...เอาออกไป เอาออกไป เอาออกไป!" คังอินรีบถอนนิ้วออกทันทีเมื่อได้ยินคยูฮยอนพึมพำออกมาอย่างเจ็บปวดและค่อยๆ เพิ่มระดับเสียงขึ้นเรื่อยๆ และไม่กี่วินาทีต่อมาคยูฮยอนก็ปล่อยโฮออกมาและซบหน้ากับฝ่ามือทั้งสองข้าง
“คยูฮยอน ร้องไห้ทำไม...”
“ผมขอโทษ... ฮยอง... ผมทำไม่ได้...” คราวนี้ร่างบางก็ร้องไห้จนตัวสั่น "ผมขอโทษ...ผมขอโทษ...”
“ไม่เป็นไรนะคยูฮยอน อย่าร้อง...” คังอินรั้งร่างบางขึ้นมากอดปลอบ มือลูบแผ่นหลังไปมา "ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร...”
คังอินกอดปลอบคยูฮยอนจนอีกฝ่ายสงบและยอมนอน หลังจากสวมเสื้อผ้าให้คยูฮยอนและตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว คังอินก็ออกมาจากห้องนอนของเจ้าตัว แต่อารมณ์ที่ค้างคาอยู่จากที่คยูฮยอนทำให้เมื่อครู่นี้ยังไม่จางหายไปไหน ที่จริงเขาอยากจะขอให้คยูฮยอนช่วยจัดการให้เสร็จๆ ไป แต่คยูฮยอนร้องไห้หนักจนเขาไม่กล้าร้องขอตรงๆ...
คังอินเดินกลับไปเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง กระซิบถามในความมืดว่า "ซองมิน นอนรึยัง?”
“หือ?” ซองมินตอบกลับมา และไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็เอี้ยวตัวไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง "มีอะไร? เรียกทำไม"
คังอินไม่ตอบ แต่กลับเดินตรงไปที่เตียง ก่อนจะพาร่างตัวเองให้คร่อมทับซองมินเอาไว้ และก้มลงจูบอย่างกระหาย ซึ่งซองมินเองก็จูบตอบกลับไป และด้วยรัก ซองมินก็ยินยอมและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของคังอิน แม้ว่าตลอดเวลาที่คังอินจูบเขา กอดเขา จนถึงตอนที่พาซองมินไปถึงจุดฝั่งฝัน ซองมินรู้อยู่แก่ใจว่าคังอินแค่อยากระบายอารมณ์ก็ตาม เพราะปกติบทรักของคังอินไม่รวดเร็ว ไม่รีบร้อนเหมือนอยากจะรีบทำให้เสร็จๆ แบบนี้...
เพียงแค่นี้ซองมินก็เดาได้แล้วว่าคังอินคงไปอารมณ์ค้างมาจากคนอื่น ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคยูฮยอน
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ซองมินไม่รู้ และคังอินเองก็ไม่รู้
คยูฮยอนยืนอยู่ด้านหลังบานประตูที่เจ้าตัวแง้มมันออกเล็กน้อย เห็นทุกอย่างทั้งหมด และร้องไห้อยู่เงียบๆ ในความมืด
วันรุ่งขึ้น ซองมินตื่นไม่ทันอาหารเช้า กว่าเขาจะลุกออกจากเตียงได้ก็เป็นเวลาสายแล้ว เขาคิดเอาไว้ว่าออกมาจากห้องนอนคงไม่พบใคร แต่กลับพบร่างของคยูฮยอนนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตรงหน้าโทรทัศน์ที่ไม่ได้เปิด แววตาของคยูฮยอนดูเหม่อลอยและไร้ชีวิตชีวาผิดปกติ
หากซองมินก็ไม่ได้สนใจ ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้น เขากับคยูฮยอนก็แทบไม่พูดคุยกันอีกเลย แม้ว่าเขาจะต้องทนกับฉากใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างคังอินกับคยูฮยอนที่ร่างบางจงใจทำให้เขาเห็น แต่ก็ไม่ปริปากพูด ด้วยรู้ดีว่าคยูฮยอนทำลงไปเพื่อต้องการให้เขารู้สึกเจ็บปวดบ้าง
ทว่าคยูฮยอนกลับหันมาทางซองมินช้าๆ และพูดด้วยเสียงที่ค่อนข้างอ่อนแรงว่า "ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ"
“ก็ว่ามา...”
“ผมเห็น...เมื่อคืน...คุณกับคังอินฮยอง...”
พอรู้ว่าเป็นเรื่องอะไร ใบหน้าของซองมินก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ จากที่ตั้งใจจะเดินตรงไปที่โต๊ะอาหารเพื่อหาอะไรกินรองท้อง เขากลับเปลี่ยนทิศและเดินไปใกล้ๆ โซฟาที่คยูฮยอนนั่งอยู่แทน และพอมองใกล้ๆ เขาก็เห็นว่าดวงตาของคยูฮยอนบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วง
“แล้วยังไง...”
“ผมเข้าใจแล้ว...” และน้ำตาที่คงเพิ่งแห้งไปเมื่อครู่นี้ก็ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง "เข้าใจแล้ว... เมื่อก่อนผมไม่เข้าใจคุณ ผมไม่เข้าใจว่าคุณจะมาทำร้าย จะเกลียดผมทำไม ก่อนที่เกิดเรื่องคืนนั้นขึ้น ผมไม่เคยคิดแย่งเขามาจากคุณเลยแม้แต่ครั้งเดียว...ผมแค่อยากอยู่กับคังอินฮยองเท่านั้น เพราะผมไม่มีใครอีกแล้ว... ฮึกก...”
นี่เป็นครั้งแรกที่ซองมินได้ยินอะไรแบบนี้จากคยูฮยอน เขายืนนิ่งและตั้งใจฟังทุกคำพูด
“แต่เมื่อคืน...พอได้เห็นคังอินฮยอง..กับคุณ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายังอยู่กับผมอยู่เลย แต่เขากลับไปหาคุณแบบนั้น...” คยูฮยอนพูดปนสะอื้น "ผมเจ็บ... ผมเจ็บ ในหัวผมได้แต่คิดว่าทำไมไม่เป็นผมที่ฮยองกอด ไม่เป็นผมที่ฮยองจูบ... ทำไมไม่เป็นผม ทำไมต้องเป็นคุณ...”
คำพูดของคยูฮยอนแทงใจซองมินเหลือเกิน เพราะทุกครั้งที่เห็นคังอินกับคยูฮยอน ซองมินก็รู้สึกไม่ต่างจากคยูฮยอนเลย... เขาได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมไม่เป็นเขา เขาทำผิดอะไร ทำไมถึงเป็นคยูฮยอนที่คังอินให้ความสนใจมากกว่า ทำไมถึงเป็นคยูฮยอน
จากที่ยืนนิ่งอยู่เฉยๆ ร่างของซองมินก็เริ่มสั่นไหวน้อยๆ แต่ก็ยังพยายามกลั้นไม่ให้ของเหลวที่อยู่ในตาออกมา
“และผมก็นึกถึงคุณ คุณเองก็เจอแบบที่ผมเจอไม่ต่างกันเลย... แต่ผมกลับไม่สนใจความรู้สึกของคุณ เพราะผมมันเห็นแก่ตัว ผมคิดถึงแต่ตัวเอง ...ผมโดนคนในครอบครัวทำให้เจ็บใจมาทั้งชีวิตจนผมคิดไปเองว่าผมเป็นฝ่ายที่ต้องโดนคนอื่นทำร้ายตลอด ทั้งที่จริงแล้วคุณต่างหากที่เจ็บกว่าผม ผมมันไม่เคยเข้าใจอะไรเลย ถ้าไม่เจอกับตัวก็คงไม่มีวันเข้าใจ...”
“พอได้แล้วคยูฮยอน”
“ผมจะไปจากที่นี่พรุ่งนี้ คืนนี้ผมจะบอกคังอินฮยองเอง ต่อให้เขาห้ามไว้ผมก็จะไป...”
“นายไปแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีไปกว่านี้หรอก" ซองมินขัดขึ้น "มันไม่ทันแล้วคยูฮยอน... นายไปแล้วช่วยอะไรได้บ้างเหรอ? ทุกอย่างมันพังลงไปแล้ว พังลงไปนานแล้ว...”
คราวนี้กลับเป็นคยูฮยอนที่เงยหน้าฟังซองมินเงียบๆ ริมฝีปากของซองมินเริ่มขยับพร้อมกับน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่แล้วในตอนนี้
“คังอินไม่ได้รักฉันแล้วคยูฮยอน... หรืออาจจะรักอยู่ แต่น้อยมากจนแทบไม่เหลือแล้วล่ะ ที่จริงฉันควรจะรู้ตั้งแต่วันที่เขาพานายมาที่นี่ แต่ฉันก็ยังดื้อด้านคิดว่าเขาแค่หลงนายมากจนเกินไปเฉยๆ ฉันพยายามกำจัดนายออกไปจากชีวิตเราก็เพราะแบบนั้น ฉันคิดว่าถ้านายไม่อยู่ที่นี่ คังอินก็คงเป็นเหมือนเดิม แต่หลายๆ อย่างที่คังอินทำมันบอกให้ฉันรู้ ว่าถ้านายไปจากที่นี่เมื่อไหร่ เขาก็จะไปตามนายกลับมาอยู่ดี"
“แต่เมื่อคืนคังอินฮยองเขาก็...”
ซองมินส่ายหน้า "เขาก็แค่อยากระบายเท่านั้นล่ะ”
ร่างบางยิ่งรู้สึกผิดหนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำตอบ เพราะต้นเหตุที่ทำให้คังอินต้องไปลงกับซองมินอย่างนั้นก็คือเขาเอง
“ยิ่งเรื่องในคืนนั้น” ซองมินพูดไม่ออกอีกแล้ว เขาอยากจะถ่ายทอดให้คยูฮยอนรับรู้ว่าเขาเสียใจมากแค่ไหนกับสิ่งที่ทำลงไป แต่คำพูดทุกคำมันจุกอยู่ในลำคอ หลังจากหายใจเข้าออกลึกๆ อยู่สักพัก เขาก็เดินช้าๆ ไปที่โซฟาและนั่งลงข้างๆ คยูฮยอน ค่อยๆ เอ่ยออกมาว่า "...เรื่องคืนนั้นยิ่งทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายลงกว่าเดิม... ขอโทษ ฉันไม่รู้จะพูดอะไรแล้วนอกจากคำว่าขอโทษ... นายจะเกลียดฉันไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ แต่แค่อยากให้นายรู้ว่าฉันรู้สึกผิด...ผิดมาก"
“ผมไม่เกลียดคุณหรอก ที่คุณทำมันก็สาสมกับที่ผมทำร้ายคุณแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“คยูฮยอน... อย่าพูดแบบนี้" ชายหนุ่มยกมือขึ้นไปเช็ดน้ำตาคยูฮยอนที่ไหลลงมา "ไม่มีใครสมควรจะเจอเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น ทั้งฉันและนาย...ไม่เลยจริงๆ หยุดร้องไห้เถอะนะ..."
ซองมินค่อยๆ ใช้แขนรั้งร่างคยูฮยอนให้เอนซบไหล่ของตนไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็โน้มตัวลงตามอย่างว่าง่าย น้ำตาของคยูฮยอนเปรอะแขนเสื้อของซองมินจนเจ้าของสัมผัสความชื้นแฉะได้ ระหว่างที่ซองมินปล่อยให้ความเงียบกล่อมทั้งคยูฮยอนและตัวเองสงบลง เขาก็ลอบมองคยูฮยอนอย่างใกล้ชิด นี่เป็นครั้งแรกที่ซองมินเห็นใบหน้าอีกฝ่ายยามร้องไห้ใกล้ขนาดนี้ แก้มนวลยังคงมีคราบน้ำตาแห้งกรัง ปลายจมูกแดงนิดๆ ...ชายหนุ่มเผลอไผลไปกับภาพตรงหน้าจนก้มลงประทับจุมพิตเบาๆ ที่ปรางนั้นเพื่อลบคราบน้ำตาออกไป ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปยังหน้าผากและไล่ไปทั่วใบหน้าอย่างช้าๆ หากอ่อนโยน...อ่อนหวานจนหัวใจคยูฮยอนเริ่มสั่นสะท้าน
ทว่าอยู่ดีๆ ก็กลับเป็นคยูฮยอนเองที่เงยหน้าขึ้นและจูบริมฝีปากกระจับของอีกฝ่ายเบาๆ และนิ่มนวล บดเบียดอย่างอ้อยอิ่งเหมือนจงใจจะยั่วเย้าจนซองมิน ซึ่งนิ่วหน้านิดๆ เมื่อคยูฮยอนผละออกไป
“นี่ คุณชอบผมรึเปล่า?” คยูฮยอนถามเสียงแผ่ว
“ฉัน...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..." ซองมินหลุดปากออกไปโดยไม่ทันได้ทบทวนคำตอบของตัวเอง
“แล้วคุณรังเกียจจูบเมื่อกี้มั้ย?”
ชายหนุ่มส่ายหน้าแทนคำตอบ และนั่นก็เรียกรอยยิ้มบางๆ จากคยูฮยอนได้ เป็นรอยยิ้มที่ซองมินไม่เข้าใจความหมาย ร่างระหงกระถดตัวขึ้นและจูบซองมินอีกครั้ง ครั้งนี้นานกว่าเก่า และรุกเร้ากว่าเดิมเล็กน้อย
ซองมินพยายามสกัดกั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้พลุ่งพล่านไปมากกว่านี้ “รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรอยู่...”
“รู้...” คยูฮยอนพึมพำ "ผมอยากลืมเขา... เขากอดผม...เขาบอกรักผม แต่เขาก็พาผมมาเจ็บ... ผมอยากให้เป็นคุณ... อยากให้เป็นคุณที่กอดผมแทน...คุณเองก็ไม่ได้รังเกียจผมนี่ใช่มั้ย"
สิ้นเสียงพูดของคยูฮยอน ซองมินก็สิ้นความอดทนเช่นกัน
ชายหนุ่มคว้าร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมบนตัก โน้มคออีกฝ่ายลงมาจูบ มือของซองมินตอนนี้ที่เลื่อนลงลูบตามร่างกายของคยูฮยอนไม่ต่างอะไรกับเปลวไฟอุ่นๆ ที่พร้อมจะทำให้ผิวกายของคยูฮยอนละลายในทุกทุกตำแหน่งที่ซองมินจับต้อง คนด้านล่างจูบเปลือกตาของคยูฮยอนเบาๆ
“ให้ฉันหยุดแค่นี้มั้ยคยูฮยอน...” เขาถามเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้มือทั้งสองข้างของตัวเองอยู่ตรงชายเสื้อของคยูฮยอน พร้อมที่จะโยนมันทิ้งออกจากร่างนี้ได้ทุกเมื่อ หากคยูฮยอนตอบว่าไม่ต้อง เขาก็พร้อมจะไปต่อ แต่ถ้าคยูฮยอนขอให้หยุด เขาก็จะหยุดทันที เขาไม่อยากเอาอารมณ์ตัวเองมาทำร้ายคยูฮยอนอีกครั้ง
“มะ...ไม่...” ซองมินเกือบจะปล่อยให้คยูฮยอนเป็นอิสระแล้วถ้าไม่ได้ยินประโยคต่อมา "ไม่ต้อง...หยุด...”
พอได้ยินคำอนุญาตจากเจ้าตัว ซองมินก็ขับเคลื่อนทุกอย่างต่อ เพราะครั้งนี้คยูฮยอนเต็มใจไม่เหมือนครั้งนั้นที่ขัดขืน ร่างที่เย้ายวนสายตามากพออยู่แล้วสำหรับซองมินอยู่แล้วก็ยิ่งปลุกอารมณ์ของชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาต้องหักห้ามใจเอาไว้ไม่ให้รีบร้อนและรุนแรงเหมือนครั้งแรก เพราะกลัวร่างกายที่แสนเปราะบางนี้จะต้องบุบสลายด้วยฝีมือเขาอีกครั้ง
ครั้งนี้ซองมินอ่อนโยนต่างจากครั้งแรก จากที่รุกเร้ารุนแรงก็เปลี่ยนเป็นค่อยๆ รุกไล่ เนิบช้าแต่เย้ายวนอารมณ์มากกว่าครั้งนั้นหลายเท่า ตั้งแต่หน้าผาก แผ่นอก จรดถึงปลายนิ้วไม่มีส่วนไหนเลยที่ซองมินไม่แตะต้อง ร่างกายคยูฮยอนทำให้ซองมินคลั่งอย่างไร ตอนนี้สัมผัสจากซองมินก็ทำให้คยูฮยอนคลั่งไม่แพ้กัน ยิ่งเมื่อร่างกายของทั้งคู่เปลือยเปล่าและเบียดเสียดกันก็ยิ่งปลุกความเร่าร้อนให้ลุกโชนยิ่งขึ้น
ร่างเพรียวสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อรู้ว่าซองมินกำลังจะรุกล้ำเข้ามา กลัวว่าจะเหมือนเมื่อคืนที่บทรักล้มกลางคันไม่เป็นท่า หากเพราะครั้งนี้ซองมินทำให้เขารู้สึกปลอดภัย... รู้สึกว่ามันจะเป็นไปอย่างอ่อนโยนและซองมินจะทะนุถนอมเขา ในที่สุดนิ้วของซองมินก็แทรกเข้าไปได้ ขยับเข้าออกจนควานเจอจุดที่ทำให้คยูฮยอนเกร็งและสั่นสะท้านไปทั้งกาย
“อ๊ะ...อ๊าา...”
“ตรงนี้สินะ?” เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะเห็นใบหน้าของคยูฮยอน ซองมินก็รู้แล้วว่าตอนนี้เจ้าตัวกำลังเปี่ยมด้วยความสุขแค่ไหน ดวงตากลมโตปรือปรอย ริมฝีปากเผยออ้าเล็กน้อย บางวินาทีก็เจ้าตัวพยายามกัดมันเอาไว้แน่น... ถ้าไม่ใช่เพราะไม่อยากให้คยูฮยอนถึงฝั่งฝันก่อน ซองมินก็ไม่อยากจะหยุดเลย...
และในที่สุดซองมินก็เปลี่ยนจากนิ้วเป็นอย่างอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า คยูฮยอนร้องลั่น... แม้จะน้อยกว่าครั้งแรกแต่สิ่งที่ล่วงล้ำเข้ามาในร่างกายก็ทำให้เขาเจ็บอยู่ดี แต่ครั้งนี้ซองมินอ่อนโยนกว่าเดิม... อ่อนโยนจนใช้เวลาเพียงไม่นานความสุขสมก็เข้ามากลบความเจ็บปวดแทนทั้งมวล ซองมินกอดร่างเขากระชับไว้แน่นเสียจนคยูฮยอนรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจพร้อมๆ กับที่ร่างกายของพวกเขาทั้งสองคนกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน และหลังจากซองมินย้ำจังหวะหลายๆ ครั้ง เขาก็สามารถพาทั้งตัวเองและคยูฮยอนก็ไปถึงจุดหมายสูงสุดนั้นได้
ทั้งสองร่างหอบหายใจกระเส่า ซองมินค่อยๆ เช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าคยูฮยอน เมื่อมองใบหน้าหวานที่หลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อนตอนนี้ ใจเขาก็รู้แล้วว่าตอนนี้เขาไม่ได้มองคยูฮยอนเป็นเสี้ยนหนามหัวใจอีกต่อไป... คยูฮยอนก็แค่คนน่าสงสารคนหนึ่งที่ต้องมาเผชิญอะไรแบบนี้ เพียงเพราะอารมณ์ลุ่มหลงและอารมณ์ชั่ววูบของคนอีกสองคนเท่านั้น
พอแล้ว... คยูฮยอนไม่ควรเจออะไรแบบนี้อีกแล้ว พอกันที
ซองมินจูบลงบนหน้าผากนั้นเบาๆ
หลังจากต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ซองมินที่ไม่อยากเสียเวลาจะทำอาหารเช้าก็จัดการต้มบะหมี่และกินมันเสร็จภายในเวลาไม่กี่นาที ตอนแรกเขานึกว่าคยูฮยอนจะมานั่งด้วย แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะกินเรียบร้อยไปแล้ว และอาจจะยังคงขัดเขินจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้อยู่...
ซองมินตัดสินใจเดินไปนั่งข้างๆ คยูฮยอนพร้อมกับค่อยๆ พาศีรษะทุยนั้นมาพิงไหล่เขาอีกครั้ง และจู่ๆ คนอายุมากกว่าก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบเมื่อเขานึกอะไรขึ้นมาได้ "มีเรื่องนึงที่นายไม่เคยบอกฉันเลยนะ"
“ฮ...ฮะ?” คยูฮยอนขานรับ
“นายเจอกับคังอินได้ยังไงเหรอ?”
เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยถึงชื่อคังอิน ซ้ำยังทำให้เขาต้องหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อก่อน คยูฮยอนก็หน้าหมองลงไปเล็กน้อยจนซองมินเกือบจะขัดออกมาว่าไม่ต้องเล่าแล้วก็ได้ หากร่างบางก็ตัดสินใจขยับริมฝีปากเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมด
“อืม จะให้ผมเริ่มยังไงดีล่ะฮะ...” คยูฮยอนพึมพำ "...อยู่ที่บ้านผมไม่มีความสุข ไม่เล่าแล้วกันว่าทำไม ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้อยู่ในบ้านหลังนั้น...บ้านที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเกลียดที่มีต่อกัน ผมโตมากับที่แบบนั้น และก็ไม่มีเพื่อนที่สนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่มีคนที่ผมไว้ใจได้เลย...
“แล้วผมก็ได้เจอกับเขา ผมว่าคุณคงนึกภาพออกนะฮะ... เด็กที่เจอแต่อะไรแบบนั้นอย่างผมเจอใครสักคนมาทำดีด้วยก็ยอมทุกอย่างแล้ว เขาอบอุ่น เขาดีกับผมมากจริงๆ ระหว่างผมกับเขามันไปเร็วเหลือเกิน เร็วมาก จนถึงขั้นที่เขาบอกผมว่าเขาอยากจะให้ผมมาอยู่ที่นี่กับเขา ตอนนั้นผมแค่คิดว่าผมอยากอยู่กับเขาเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขได้ ผมไม่อยากอยู่ที่บ้าน พอดีกับที่ผมสอบติดมหา'ลัยพอดี ผมเลยอ้างกับที่บ้านว่าออกมาอยู่หอได้...”
“เขาไม่เคยพูดถึงฉันเลยเหรอ เขาไม่เคยบอกนายเลยเหรอว่าเขามีใครอยู่แล้ว?”
“เขาบอกฮะ เขาบอกว่าไม่ต้องกลัว... ถ้าไม่ทำอะไรกระโตกกระตากคุณก็จะไม่มีวันรู้ และต่อให้คุณสงสัยเขาก็จะไม่ยอมให้คุณทำอะไรผม เขาบอกให้ผมบอกทุกคนว่าเป็นน้องของเพื่อนเขาที่เพิ่งย้ายมาโซล"
โชคชะตาทำให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คังอินตั้งใจไว้ แทนที่เรื่องนี้จะกลายเป็นความลับไปตลอด เพราะคังอินแทบไม่แสดงออกให้ซองมินเห็นเลยด้วยซ้ำว่าคยูฮยอนเป็นอะไรกับเขาจนซองมินเกือบจะไว้ใจ แต่ในที่สุดซองมินก็รู้เรื่องทั้งหมด
“ก็...เท่านี้แหละฮะ ผมเจอกับเขาแบบนี้แหละ"
ซองมินลูบเรือนผมของคยูฮยอนไปมาช้าๆ ให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมห้องอยู่สักครู่ ก่อนจะโพล่งสิ่งที่เขาทบทวนอยู่ในใจอยู่มาสักพักแล้วออกมาว่า
“เรา...ไปจากที่นี่กันมั้ยคยูฮยอน?”
“อะ...เอ๋?” คยูฮยอนขยับตัวขึ้นตั้งตรงและมองหน้าซองมินอย่างประหลาดใจกับคำชักชวนนั้น
“ฉันมีคอนโดฯ อีกที่นึง เคยอยู่ก่อนย้ายมาอยู่กับคังอินที่นี่ ถ้าจ้างคนมาทำความสะอาดหน่อยก็อยู่ได้เหมือนเดิม และถ้านายไม่อยากกลับบ้าน ไม่รังเกียจ...” ซองมินสบตากับคยูฮยอน "นายจะมาอยู่กับฉันก็ได้"
คยูฮยอนอึ้ง "แต่...แต่ถ้าคุณอยากช่วยให้ผมไม่ต้องกลับบ้าน ให้ผมไปอยู่คอนโดฯ คุณอย่างเดียวก็ได้นี่ครับ แล้วเดี๋ยวผมหางานพิเศษทำมาจ่ายค่าเช่าให้คุณก็ได้"
“ฉันเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่เท่าไหร่แล้ว" ซองมินเอ่ยเสียงเหนื่อยอ่อน จนอีกฝ่ายรับรู้ว่าซองมินเองก็เจ็บปวดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่แพ้กัน "ต่อให้นายไปฉันก็ไม่อยากจะฝืนปั้นหน้าทำเป็นไม่รู้ว่าเคยมีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่นี่ หรือคังอินเคยทำอะไรลงไปบ้าง ฉันเหนื่อยแล้ว... ฉันไม่เอาแล้วคยูฮยอน...”
“ผมขอโทษ...”
“ไม่ต้องขอโทษ” ซองมินโผเข้าหาร่างบางพร้อมกอดเอาไว้ และเขาก็โดนกอดกลับเหมือนกัน "เราทั้งสามคนก็ทำผิดทั้งนั้นแหละคยูฮยอน และตอนนี้ทุกอย่างก็พังลงหมดแล้วจริงๆ...”
คังอินกลับถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับทุกๆ วัน หากวันนี้เมื่อเขาไขกุญแจและเปิดประตูห้องเข้าไป เขากลับพบแต่ห้องที่ว่างเปล่าและมืดมิด
หลังจากเปิดไฟและไม่พบใครอยู่ที่ไหนจริงๆ คังอินเริ่มร้อนใจ พยายามมองโลกในแง่ดีกว่าบางทีซองมินอาจจะพาคยูฮยอนออกไปข้างนอก ก่อนจะเริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง เขาเข้าไปในห้องนอนของคยูฮยอนอีกครั้งหลังจากเข้าไปเมื่อกี้แล้วไม่พบอะไร
เสื้อผ้าทั้งหมดหายไปจากตู้เสื้อผ้า พร้อมกับกระเป๋าทุกใบที่คยูฮยอนนำติดตัวมาในวันแรก ของใช้อื่นๆ อย่างเครื่องเขียนหรือตำราเรียนก็หายไปด้วย สัญชาตญาณสั่งให้เขาเข้าห้องนอนของตัวเองเพื่อไปดูตู้เสื้อผ้าของซองมินด้วย และมันก็ไม่ต่างอะไรกับของคยูฮยอนเลย
ในหัวของคังอินตอนนี้ว่างเปล่าพอๆ กับสภาพห้องตอนนี้ คยูฮยอนและซองมินหายไปทั้งสองคนพร้อมกับเก็บเสื้อผ้าไปด้วย... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
ตอนนั้นเองที่สายตาของคังอินไปสะดุดกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับไว้สามทบ วางไว้บนหัวเตียงของเขา ดูจะเป็นวัตถุแปลกปลอมเดียวที่โผล่ขึ้นมาหลังจากเกิดเรื่องไม่น่าเชื่อนี้
คังอินค่อยๆ คลี่มันออกอ่านอย่างช้าๆ
ถึง คิม ยองอุน
ไม่ต้องแปลกใจที่กลับมาแล้วไม่เห็นฉันกับคยูฮยอน เราสองคนไปจากนายแล้ว และมันก็เปลืองกระดาษและเสียเวลาเขียนมากถ้าจะอธิบายให้นายฟังว่าทำไมเราถึงตัดสินใจออกจากชีวิตนายไป เพราะนายเองก็คงรู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไปบ้าง
นายเป็นคนสร้างรอยร้าวขึ้นตั้งแต่วินาทีที่นายตัดสินใจพาคยูฮยอนเข้ามาที่นี่ และหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นลับหลังนายก็ยิ่งทำให้รอยร้าวนั้นใหญ่ขึ้นจนตอนนี้ทุกอย่างพังลงไม่มีชิ้นดี และมันก็สายเกินกว่าจะกลับไปแก้อะไรแล้ว
ฉันกับคยูฮยอน เราจะไปอยู่ด้วยกันในที่ที่ไม่มีนาย.. เราสองคนน่าจะมีความสุขมากกว่า ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าคนที่กล้าทรยศฉันอีกต่อไป ส่วนคยูฮยอนเขาเองก็ต้องการที่พึ่งพิง ซึ่งฉันมั่นใจว่าฉันเองก็ดูแลคยูฮยอนได้เหมือนกัน
ถ้านายยังเมตตาบ้าง ก็อย่าตามหาฉันกับคยูฮยอน อย่าขอร้องให้เรากลับไป
เพราะถ้ามีโอกาสที่เราสามคนอาจจะหวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ฉันก็อยากให้มันเกิดจากโชคชะตามากกว่า...
รัก
อี ซองมิน
โจ คยูฮยอน
รัก
อี ซองมิน
โจ คยูฮยอน
ป.ล.
เผื่อนายจะสงสัย... ฉันไม่ได้รักคยูฮยอน ฉันแค่สงสารเด็กนั่นที่ต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้เพราะนาย และก็อยากจะชดใช้ความผิดบางอย่างที่ทำลงไปก็เท่านั้น แต่ถึงยังไง ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคยูฮยอนมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
คนที่ฉันรักตั้งแต่อดีตจนถึงตอนที่เขียนจดหมายนี้ก็ยังมีแค่คนเดียว
แต่ในเมื่อการดึงดันรักใครคนหนึ่งต่อไปมันทำให้เราเจ็บ ฉันก็ควรต้องตัดใจถูกไหม?
สักวัน ฉันเชื่อว่าสักวันฉันจะตัดใจได้
และสักวัน ฉันก็คงจะรักเด็กที่อยู่ข้างๆ ฉันตอนฉันเขียนจดหมายนี่ได้เหมือนกัน...
END.
Tags: fiction, kangjo, kangkyu, kangmin, kangminkyu, minkyu, super junior2 Comments
#2 By redberrylips on 2012-03-08 20:01