[FIC] Handle Me with Care -1- (MINKYU)
posted on 24 Nov 2011 01:57 by smile-sneezes directory Fiction
แต่...แต่พ่อก็ไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบนี้ คยูฮยอนโตมาได้ตั้งสิบห้าปีโดยไม่ต้องให้ใครดูแลเป็นพิเศษนะ! นานๆ จะได้เจอพ่อสักที แต่วันนี้พ่อกลับพาใครก็ไม่รู้มาแล้วบอกว่า
"เขาจะคอยดูแลคยูฮยอนแทนพ่อเอง"
บ้า! บ้า ไปแล้ว ใครจะต้องดูแลใครกันแน่ หน้าตาก็ดูไม่น่าจะปกป้องใครได้ คนตรงหน้านี้ผิวขาวพอๆ กับเขา ตากลมเหมือนเด็ก จมูกนิดปากหน่อย ตัวก็ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับเด็กชายที่ยังสูงได้อีกอย่างคยูฮยอน นี่เหมือนพ่อจะส่งเด็กมาให้เขาดูแลมากกว่า
"แล้วพ่อนึกยังไงถึงจะให้คนมาดูแลผมเอาป่านนี้ อีกสามปีผมก็จะเข้ามหา'ลัยแล้วนะ ผมโตแล้ว!" ร่าง โปร่งแสดงอาการต่อต้านทันทีโดยไม่คิดปิดบัง โจยองฮวาได้แต่ย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยที่ลูกชายคนเดียวของตนทำตัวเหมือนคน ไม่มีมารยาทที่ไม่คิดควบคุมอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง
เป็นความผิดของเขาเองที่ไม่มีเวลาอบรมดูแลลูกชายให้ดีกว่านี้ หลังจากแม่ของคยูฮยอนเสียชีวิตตอนที่คลอดลูกชายคนนี้ เขาก็คอยเฝ้าดูแลคยูฮยอนอย่างใกล้ชิด ฟูมฟักราวกับไข่ในหินเพราะคยูฮยอนเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา แต่เมื่อคยูฮยอนเริ่มเข้าโรงเรียน เริ่มมีเพื่อนฝูงและย่างเข้าสู่วัยรุ่น โจยองฮวาก็ค่อยๆ ห่างจากลูกชายไปทีละนิด กลับไปโหมงานหนักเหมือนก่อนที่คยูฮยอนจะเกิด โดยลืมคิดไปว่าช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่คนเป็นพ่ออย่างเขาควรจับตาดูความ เปลี่ยนแปลงทั้งด้านจิตใจและอารมณ์อย่างใกล้ชิด เขามัวแต่คิดว่าคยูฮยอนโตพอแล้ว และปล่อยให้หน้าที่การขัดเกลานิสัยคยูฮยอนเป็นของเพื่อนๆ อาจารย์ที่โรงเรียน และลูกจ้างที่บ้าน ซึ่งยองฮวายอมรับว่าคนสองกลุ่มหลังนั้นคงไม่อาจทุ่มเทกำลังและเวลามาดูแลค ยูฮยอนได้เต็มที่ ส่วนคนกลุ่มแรก...ต่างครอบครัวย่อมต่างการอบรม บางคนอาจจะนิสัยแย่กว่าคยูฮยอนด้วยซ้ำ
"โตแต่ตัว แต่ไอ้พฤติกรรมโวยวายต่อหน้าผู้ใหญ่น่ะยังไม่เรียกว่าโต"
เม้มปากสีสดแน่นเมื่อโดนผู้เป็นพ่อตำหนิ แต่นั่นก็ยังไม่น่าขุ่นเคืองเท่ากับที่โดนต่อว่าต่อหน้าคนไม่รู้จัก ยองฮวาเห็นลูกชายเงียบไปแล้วจึงแนะนำคนที่ยืนข้างตัวต่อ
"นี่อีซองมิน เขาทำงานกับพ่อมาแล้วหลายปี พ่อไว้ใจเขา เขาจะคอยดูแลคยูฮยอนแทนพ่อในช่วงที่พ่อไม่อยู่"
"แล้ว...แล้วนี่พ่อจะไปไหนอีก?" คยูฮยอนงง
"อาทิตย์หน้าพ่อจะย้ายไปทำงานที่สาขาประเทศจีน น่าจะไปอยู่นานอยู่ อาจจะหลายเดือนหรือนานกว่านั้น"
"ที่ผ่านมาผมไม่มีพ่อผมก็อยู่ได้ พ่อไม่เห็นต้องให้... เขามาดูแลผมเลย"
"ใช่ แค่มีข้าวกินมีเสื้อผ้าใส่ใครก็อยู่ได้...แต่ไม่มีใครอบรมไงเลยเป็นซะแบบนี้"
"พ่อ!!!"
ผู้อาวุโสขัดด้วยเสียงเข้มทันทีที่ลูกชายเริ่มจะแผลงฤทธิ์อีกรอบ "รักษามารยาทหน่อยคยูฮยอน!"
ยิ่งคนเป็นพ่อขึ้นเสียงใส่คยูฮยอนยิ่งหงุดหงิด และหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเหลือบมองไปทางอีซองมินแล้วเห็นเพียง สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ใส่ใจเขา และลองพ่อเขาตั้งใจแน่วแน่แบบนี้ ต่อให้เขาร้องไห้โวยวายอาละวาดเหมือนที่เคยทำ มันก็คงไม่ได้ผลนัก
เพราะรู้สึกว่าพ่อยัดเยียดคนตรงหน้านี้มาให้ดูแลเขา ใจของคยูฮยอนตอนนี้เลยมีแต่ความอคติ ตั้งแง่ว่าให้ตายก็จะไม่มีทางญาติดีกับคนคนนี้เป็นอันขาด!
หลังจากจำเป็นต้องเดินตามต้อยๆ ขณะที่พ่อของเขาพาซองมินเดินดูรอบๆ บ้าน พวกเขาก็มากินอาหารเย็นกันที่โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ซึ่งแม่บ้านจัดเตรียมอาหาร หน้าตาน่ารับประทานไว้แล้วหลายอย่าง แม้จะมีคนถึงสามคน แต่โต๊ะตัวนี้ก็ยังถือว่าใหญ่ไป
ยองฮวาพยายามทำให้บรรยากาศดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ด้วยการแนะนำและเล่าประวัติของ ซองมินให้คยูฮยอนฟังคร่าวๆ เด็กชายฟังบ้างไม่ฟังบ้างแต่ก็แสร้งทำเป็นสนใจ สุดท้ายแล้วรายละเอียดที่ผ่านหูเขามาได้ก็มีแค่เรื่องที่ว่าซองมินทำงานกับ ยองฮวามาตั้งแต่เรียนจบ จนถึงตอนนี้ก็เกือบสิบปีแล้ว เมื่อยองฮวาอยากหาใครสักคนมาช่วยดูแลคยูฮยอนในช่วงที่เขาไม่อยู่ เขาจึงคิดถึงซองมินเป็นคนแรก เพราะซองมินค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่สูง สุขุม และน่าจะเอาใจใส่ดูแลคยูฮยอนได้ดี...
ไม่มีใครเห็นว่าคยูฮยอนแอบเบะปากเล็กน้อยเมื่อยองฮวาพูดถึงข้อดีของซองมินให้เขา ฟัง เยินยอจนคยูฮยอนแทบจะคิดแล้วว่าซองมินกำลังจะเป็นลูกชายอีกคนหนึ่งของยองฮวา ไปแล้ว เอาแต่ชื่นชมลูกคนอื่นต่อหน้าลูกชายตัวเอง ทีลูกตัวเองนั้นเอาแต่ต่อว่าต่อหน้าคนอื่น...ยิ่งเวลาผ่านไปคยูฮยอนก็ยิ่งรู้สึกติดลบกับคนที่ชื่ออีซองมินมากขึ้น
จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของยองฮวาก็ดังขึ้น ชายวัยกลางคนจึงลุกออกจากโต๊ะและเดินห่างออกไปนิดหนึ่งเพื่อคุยธุระ คงจะเป็นเรื่องงานอีกตามเคย
เมื่อเหลือกันอยู่เพียงสองคนบนโต๊ะอาหาร บทสนทนาแรกของคนทั้งคู่ก็เกิดขึ้น หลังจากที่ต่างคนต่างปล่อยให้ยองฮวาพูดมาหลายนาที โดยที่คนอายุมากกว่าเป็นฝ่ายเริ่มขึ้นก่อน
"ดูท่าทางเธอจะไม่ชอบหน้าฉันเท่าไหร่"
ชัดเจน และ ตรงประเด็น จนแม้แต่เด็กชายที่ตั้งมั่นไว้ในใจว่าจะไม่ผูกมิตรกับซองมินก็ยังอึ้งไปนิด หนึ่ง ทว่าเขาก็ทำกลบเกลื่อนด้วยการขยับริมฝีปากเอ่ยตอบไปว่า
"ผมแค่ไม่ชอบที่พ่อทำเหมือนผมเป็นเด็ก"
ซองมินหัวเราะเบาๆ "ก็เด็กจริงๆ นี่ เธอคิดว่าเธอโตสักเท่าไหร่กันเชียว?"
"โอเค ผมอาจจะเด็กในสายตาคุณ แต่ผมคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องให้...ใครก็ไม่รู้อย่างคุณมาดูแล"
ชายหนุ่มเท้าแขนกับโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน จ้องคยูฮยอนเขม็ง ริมฝีปากกระจับเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตอน แรกฉันก็ว่าคุณยองฮวาคิดมากไป แต่พอเห็นเธอ ฉันก็ว่าคุณยองฮวาคิดถูกแล้ว เธอไม่ใช่เด็กเลวร้ายอะไรหรอกนะ แต่ถ้ามีผู้ปกครองคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด เธอจะน่ารักได้มากกว่านี้"
พูดจบก็คลี่ยิ้มบางๆ ให้ ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงคล้ายคนเจ้าเล่ห์... และ นั่นก็ทำให้คยูฮยอนเริ่มรู้สึกระแวงนิดๆ ภายใต้ใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง อีซองมินอาจจะมีอะไรบางอย่างที่เขานึกไม่ถึง พยายามเฟ้นหาคำพูดโต้ตอบอีกฝ่ายแต่ก็นึกไม่ออก เหมือนโดนสายตาคู่นั้นเล่นงานเสียจนสมองประมวลผลอะไรก็ไม่สำเร็จ
ประจวบเหมาะกับที่ยองฮวาเดินกลับมาที่โต๊ะพอดี คยูฮยอนจึงโพล่งออกมาว่า
"ผม...อิ่มแล้ว เดี๋ยวจะเข้านอนเลย"
"อ้าว ไม่สบายหรือเปล่า ปกติกินเยอะกว่านี้นะ" ยองฮวามองกับข้าวส่วนของคยูฮยอนที่ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง
"ผม... รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่"
"รู้สึกไม่ค่อยดีนี่เป็นอะไร กินยาหน่อยไหม"
"ไม่เป็นไร ผมแค่รู้สึกเพลียๆ..." ร่างบางลุกออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ห่างออกไปจากโต๊ะประมาณหนึ่งแล้วจึงนึกขึ้นได้ เขาหันกลับมาทางยองฮวาและซองมิน "ราตรีสวัสดิ์ครับ"
แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกหลายวันกว่ายองฮวาจะเดินทางไปประเทศจีนจริงๆ แต่อีซองมินก็มาค้างอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ยองฮวาให้เหตุผลว่า ซองมินจะได้ใช้เวลาช่วงที่ยังไม่เปิดเทอมสร้างความคุ้นเคยกับคยูฮยอน
ทว่าความต้องการที่จะให้ทั้งสองคนคุ้นเคยกันก็ไม่เป็นผลนัก หากซองมินไม่เริ่มก่อน คยูฮยอนก็จะนิ่งเงียบ อาศัยอยู่ในโลกส่วนตัว และเมินซองมินราวกับคนไม่รู้จักกัน ทั้งหมดเป็นการแสดงอาการต่อต้านแบบเด็กๆ ที่ถ้าไม่ชอบใครก็จะไม่ยุ่งด้วย แม้ว่าซองมินจะพยายามชวนคุยเพื่อสร้างความสนิทสนม แต่ปฏิกิริยาของคยูฮยอนกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม หากไม่ปั้นปึ่งลุกหนีไป ก็จะตอบซองมินสั้นๆ ห้วนๆ
สามวันผ่านไป พวกเขาไม่เคยคุยกันนานเกินหนึ่งนาทีต่อครั้ง
และเพราะชายหนุ่มเคยผ่านวัยเดียวกันกับคยูฮยอนมาแล้ว เขารู้ว่าหากเขาพยายาม 'รุก' เข้า หาคยูฮยอนอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะด้วยไม้อ่อนหรือไม้แข็ง คยูฮยอนจะยิ่งต่อต้าน และทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิม เมื่อเด็กไม่อยากคุยด้วยเขาก็ไม่ไปบีบบังคับ ในทางตรงกันข้าม เขาใช้ 'ความเงียบ' ระหว่าง พวกเขาสองคนให้เป็นประโยชน์ เขาลอบสังเกตคยูฮยอนและเก็บทุกรายละเอียดของเด็กที่เขาต้องดูแล เช่น เวลาว่างคยูฮยอนชอบทำอะไร คยูฮยอนชอบดูรายการโทรทัศน์แบบไหน ชอบดูหนังหรือฟังเพลงอะไรบ้าง ชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร
หลังจากสังเกตคยูฮยอนมาหลายวัน ซองมินก็นึกเอะใจอย่างหนึ่งขึ้นมา เขาถามขึ้นขณะที่คยูฮยอนกำลังนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่
"อยู่บ้านแบบนี้ไม่เบื่อเหรอ?"
"ไม่หรอก มีคอมมีเน็ตก็ไม่เหงาแล้ว" ตอบ ประสาเด็กที่โตมากับโลกเทคโนโลยี ที่บ้านมีทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค เครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น และไอแพด คยูฮยอนมักจะใช้เวลาอยู่กับสามอย่างนี้เสมอ ไม่เล่นเกมก็เล่นอินเตอร์เน็ตแชทกับเพื่อนที่โรงเรียน (คยูฮยอนบอกแบบนั้น แต่ซองมินไม่แน่ใจว่ามีเพื่อนคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนที่โรงเรียนอีกหรือเปล่า)
"หมายถึง...อยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหนน่ะ ไม่เบื่อเหรอ ฉันยังไม่เห็นเธอออกไปไหนเลย ปิดเทอมแท้ๆ"
"ก็เบื่อ แต่ทำไงได้ ไม่มีใครพาไปไหนนี่"
"ให้คุณจองฮุนไปส่งไง" เขาหมายถึงคนขับรถของยองฮวา "ส่งคุณยองฮวาที่บริษัทเสร็จเขาก็ว่างแล้ว"
"ไม่เอาหรอก จองฮุนเห็นพ่อสำคัญกว่า ผมเคยต้องรอเขาตั้งชั่วโมงเพราะเขาวนไปรับพ่อที่บริษัทก่อน ถึงค่อยมารับผมกลับบ้าน" คยูฮยอนเบะปากอย่างไม่พอใจนิดๆ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้
"แล้วไม่ออกไปเองล่ะ นั่งรถไฟหรือรถเมล์ไปก็ได้"
"นั่งไม่เป็น ไม่เคยมีใครพาขึ้น"
"แล้วเพื่อนแถวบ้านน่ะ ไม่มีเลยเหรอ ออกไปเล่นด้วยกันอะไรแบบนี้"
"ไม่มี ตอนเด็กๆ เลิกเรียนปุ๊บก็ตรงดิ่งกลับบ้าน ทำการบ้านเสร็จเล่นเกมกินข้าวนอน...ผมไม่รู้จักเด็กแถวนี้หรอก"
บทสนทนาระหว่างคยูฮยอนกับซองมินก็สั้นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หากบทสนทนาอันแสนสั้นนี้กลับทำให้ซองมินเข้าใจได้ถ่องแท้ว่าคยูฮยอนโตมาแบบ ไหน ตอนเด็กๆ ยองฮวาคงทั้งห่วงและหวงคยูฮยอนเป็นพิเศษจนถึงขั้นเก็บตัวอยู่กับบ้าน ทำให้คยูฮยอนไม่มีเพื่อนในละแวกนี้ที่สนิทกัน ซ้ำยังไปไหนมาไหนเองไม่เป็นเพราะมีคนขับรถคอยรับส่งอยู่ตลอด คยูฮยอนโตมากับเทคโนโลยีที่สร้างความสุขให้กับเขาได้แม้อยู่ในบ้าน แต่นั่นทำให้เขาขาดสังคมอื่นๆ นอกจากสังคมเพื่อนที่โรงเรียน...
"อยากออกไปไหนไหม ฉันพาออกไปก็ได้นะ"
วินาทีหนึ่งที่ซองมินเห็นประกายวิบไหวในดวงตากลมโตของคยูฮยอน หากเมื่อเจ้าตัวกะพริบตาอีกทีมันก็หายวับไป "ไม่เป็นไรล่ะ ผมไม่รบกวนคุณดีกว่า"
"ถ้าฉันบอกว่ามันไม่รบกวนล่ะ? ฉันเต็มใจพาเธอออกไปนะ"
"แต่ผมไม่อยากออกไปกับคุณ"
ซองมินแสร้งทำเป็นถอนหายใจออกมา "เฮ้อ...ก็รู้นะว่าเธอไม่ค่อยชอบที่พ่อเธอให้ฉันมาดูแลเธอแบบนี้ แต่คิดซะว่าฉันพาเธอไปเที่ยวในฐานะ...พี่ชายคนหนึ่งก็ได้นี่"
"ถ้าคุณอยากออกจากบ้านนักคุณก็ไปคนเดียวเถอะ..." เด็กชายพึมพำประโยคสุดท้ายเบาๆ "...กลับบ้านคุณไปเลยยิ่งดี"
"ก็แบบนี้ล่ะนะ พ่อเธอถึงมองว่าเธอเป็นเด็กไม่รู้จักโต ให้ออกไปเที่ยวด้วยกันแค่นี้ก็ไม่กล้า"
ลองวิธีคลาสสิคที่ใช้กันมาตลอด เมื่อหัวดื้อนัก ก็จงท้าทายให้ทำ!
"ถ้าคุณคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลล่ะก็คุณคิดผิด เพราะผมรู้ว่าคุณแค่อยากจะท้าผม ผมไม่ได้กลัวที่จะออกไปกับคุณ แต่ผมไม่อยากออกไปกับคุณ"
ชายหนุ่มอายุมากกว่าเงียบไป เด็กชายลอบมองจากหางตา อารมณ์ของซองมินเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้เขาทำหน้านิ่งเหมือนวันแรกที่เจอกัน คยูฮยอนเริ่มฉุกคิดเล็กน้อย นี่เขาพูดแรงไปหรือเปล่านะ... สาม วันที่ผ่านมา แม้เขาจะหาทางเลี่ยงซองมิน แต่เขาก็ไม่เคยพูดกับอีกคนหนึ่งขนาดนี้ อีกอึดใจต่อมา ซองมินก็ลุกหนีออกไป คยูฮยอนแสร้งทำเป็นนั่งนิ่งไม่สนใจ แต่พอผ่านไปไม่กี่วินาที เขาก็เหลียวหลังมอง เพื่อที่จะเห็นว่าชายหนุ่มไปนั่งที่โซฟา หยิบรีโมทมาเปิดโทรทัศน์ดู พอได้ช่องที่ต้องการ ก็โยนรีโมททิ้งลงที่ว่างบนโซฟาเบาๆ อย่างไม่ใยดี
...ท่าทางอารมณ์ไม่ดี โกรธรึเปล่าวะเนี่ย
แม้จะสงสัย แต่ทิฐิของเด็กสิบห้าขวบนั้นแรงเกินกว่าจะสนใจอารมณ์ของผู้ใหญ่อายุสามสิบ เด็กอย่างคยูฮยอนโกรธง่ายหายเร็ว ผู้ใหญ่อย่างซองมินก็คง...โกรธง่ายหายเร็วเหมือนกันแหละ เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องเข้าใจเด็กและไม่คิดมากกับคำพูดของเด็กนี่นา เนอะๆ...
คิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้นแล้ว ศีรษะทุยจึงหันกลับมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม
เอ่อ...
โกรธจริงๆ เหรอเนี่ย...TTATT
แม้จะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ต้องไปสนใจหรอกว่าอีซองมินจะรู้สึกอย่างไร แต่พอสัมผัสความมาคุบนโต๊ะอาหารแบบนี้แล้ว คยูฮยอนอยากจะพิมพ์อีโมติค่อนน้ำตาไหลพรากเป็นสิบตัว พ่อก็ยังไม่กลับมาถึงบ้าน ตัวกลางที่จะคลายความตึงเครียดจึงไม่อยู่... นี่ มันยิ่งกว่ามื้อเย็นในวันแรกที่พวกเขาเจอกันเสียอีก วันนั้นยองฮวายังชวนคุย แนะนำซองมินให้คยูฮยอนรู้จักและเด็กชายก็พยักหน้าส่งเสียงตอบไปบ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาเหมือนคนแปลกหน้าที่บังเอิญมาร่วมโต๊ะอาหารกันเพราะทั้งร้าน ไม่มีที่ว่างเหลืออยู่
ก่อนหน้านี้ซองมินจะพยายามชวนเขาคุย เช่นถามว่า อาหารอร่อยไหม ปกติชอบกินอะไร... แต่ ตอนนี้เขาเงียบสนิทเหมือนไม่สนใจจะเสวนาด้วย หากเป็นช่วงเวลาปกติ คยูฮยอนคงดีใจที่ซองมินทำท่าจะไม่ยุ่งกับเขา แต่เนื่องจากรู้ดีว่าท่ีคนตรงหน้ากลายเป็นแบบนี้มีสาเหตุมาจากตัวเอง ร่างบางจึงค่อนข้างกระวนกระวายใจ
แต่พอนานเข้า ความรู้สึกผิดของเด็กใจร้อนอย่างคยูฮยอนก็แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิด... พอแล้ว เลิกทำหน้าเป็นตูดซักทีเถอะคุณอีซองมิน คนเราก็ต้องการสุนทรียภาพในการรับประทานอาหารนะ... แค่บอกว่าไม่อยากออกไปข้างนอกด้วยกัน ทำไมต้องทำหน้าเหวี่ยงเหมือนหมูป่าอย่างนี้เล่า!
ถ้ามีใครมาถามว่าคนแก่ขี้น้อยใจจริงหรือไม่ คยูฮยอนจะตอบว่าไม่จริง
อี ซองมิน เพศชาย อายุสามสิบปี ยังไม่ถือว่าแก่ แต่ขี้น้อยใจและขี้งอนชะมัด!
ปัญหาก็คือ โจ คยูฮยอน เพศชาย อายุสิบห้าปี อายุน้อยกว่าซองมินครึ่งหนึ่ง เกิดมามีแต่คนคอยเอาใจ...ถึง เวลาแบบนี้ก็เอาใจใครไม่เป็น ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง พูดขอโทษ ร้องไห้สำนึกผิด หรือต้องออดอ้อนให้ใจอ่อน เมื่อไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็ไม่ทำมันเสียเลย
อาหารเย็นมื้อนี้ไม่อร่อยสักนิด คนที่นั่งกินด้วยก็ทำหน้าเป็นหมูป่า ส่วนเขาก็กินแบบไม่สบายใจ
ไม่ชอบเลย...
จนกระทั่งยองฮวากลับมาถึงบ้านแล้ว ซองมินก็ยังไม่พูดกับคยูฮยอน ร่างบางที่กำลังนั่งเล่นไอแพดอยู่บนโซฟาเหลือบตาขึ้น มองไปยังชายสองคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาไม่ได้มีสมาธิอยู่กับการเล่นเกมมากนัก สองคนนั้นก็คุยกันดูท่าทางปกติดี...ไม่มีอะไรแปลกไป ซองมินคงไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อตอนกลางวันให้พ่อของเขาฟัง
พ่อของเขาลุกไปอาบน้ำ ยองฮวามักจะไม่ได้กินข้าวเย็นที่บ้านเพราะกินมาจากข้างนอกแล้ว คยูฮยอนหลุบตาลงมองไอแพดในมือตัวเองเหมือนเดิมเมื่อซองมินลุกขึ้นและเดินตรง มาทางนี้ เขานั่งลงกับโซฟาที่ตั้งเยื้องกันอีกตัวหนึ่ง หยิบรีโมทมาเปิดดูข่าว
แม้ว่าจะปิดเสียงเล่นเกมอยู่เพราะไม่ต้องการให้ดังรบกวน แม้ว่าจะมีเสียงผู้ประกาศข่าวดังมาจากลำโพงโทรทัศน์ หากสิ่งที่คยูฮยอนได้ยินกลับมีเพียงความสับสนของตัวเอง... ซอ งมินหายโกรธเขาหรือยัง ถ้าหายแล้วทำไมไม่พูดด้วย แกล้งกันหรือเปล่า ถ้ายังไม่หายโกรธจะโกรธอีกนานแค่ไหน ต้องทำยังไงถึงจะหายโกรธ ถ้าง้อแล้วจะหายโกรธไหม โอ๊ยแล้วทำไมต้องโกรธคยูฮยอนเพราะเรื่องแค่นี้ตั้งแต่แรกด้วยวะเนี่ย!
ออกจากเกมแข่งรถที่กำลังเล่นอยู่ ก่อนจะเปิดเกมแองกรี้เบิร์ดขึ้นมา ที่จริงเขาก็ไม่ได้โปรดปรานเกมนี้มากนักหรอก แต่เอาไว้เล่นฆ่าเวลาก็เพลินดี ยิ่งว้าวุ่นฟุ้งซ่านแบบนี้เขวี้ยงนกหน้าเหวี่ยงใส่หมูเล่นสักสามสี่ด่านก็ อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้น เหมือนเนเน่จังที่ต่อยตุ๊กตากระต่ายระบายอารมณ์แบบนั้น
เมื่อเล่นจบไปด่านหนึ่ง คยูฮยอนก็สร้างความบันเทิงใจให้กับตัวเองด้วยการจินตนาการหมูหน้านิ่งสี เขียวในเกมให้เป็นหมูป่าอีซองมิน เผลอหัวเราะคิกคักออกมานิดหนึ่งตอนลองผสมหน้าโกรธๆ ของนกสีแดงเข้ากับหมูสีเขียวในหัวของตัวเอง...ออกมาหน้าเหมือนอีซองมินตอนอยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อกี้เปี๊ยบ
อารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อเห็นหมู(ป่า)ในเกมถูกไม้ทับจนสลายร่างไปทีละตัวๆ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อรับรู้ว่าซองมินลุกออกไป คยูฮยอนกดหยุดเกมชั่วคราวและมองตาม... ซอ งมินแค่เพียงไปรินน้ำใส่แก้วเปล่าเท่านั้น เขาถือแก้วน้ำมาแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิม กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปรายการวาไรตี้รายการหนึ่ง เห็นเช่นนั้นแล้วเด็กชายจึงนั่งเล่นเกมเดิมต่อไป
ผ่านไปสักพัก เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากอีกคน เงยหน้าขึ้นมองระหว่างรอโหลดด่านใหม่ก็เห็นอีซองมินกำลังหัวเราะกับรายการตลกในจอ... อืม...ยิ้มแล้ว... คุยด้วยได้หรือยังนะ...
"เอ่อ..."
ราวกับว่าเสียงของเขาลอยผ่านลมไปไกล คยูฮยอนเลยพูดให้ดังขึ้นอีก "เอ่อ...คุณ...ซองมิน"
ได้ยินชื่อตัวเอง ซองมินจึงหันมา แต่รอยยิ้มที่เกิดจากการหัวเราะก่อนหน้านี้หายวับไปทันตา องค์หมูป่ากลับมาประทับอีกครั้ง ริมฝีปากเล็กที่ดูน่ารักกลับเอ่ยถ้อยคำอย่างเย็นชา "มีอะไร?"
ถ้าพวกเขากำลังยืนคุยกันอยู่ คยูฮยอนคงถอยกรูดหนีซองมินไปแล้ว แต่เพราะขยับหนีไปไหนไม่ได้และเป็นฝ่ายทักซองมินก่อน คยูฮยอนจึงตอบว่า "ผมแค่สงสัยว่า..."
"ว่า...?"
"คุณ...เอ่อ...คุณโกรธผมมากเลยเหรอ?"
แทนที่ซองมินจะตอบออกมาสักคำ แต่เจ้าตัวกลับเบือนหน้าหนีและหันไปมองโทรทัศน์เหมือนเดิม นั่นทำให้คยูฮยอนใจเสีย เขาลุกขึ้นวางไอแพดไว้บนโซฟาที่นั่งอยู่เมื่อครู่นี้ ก่อนจะไปนั่งข้างซองมิน
"โกรธผมจริงๆ เหรอ? ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณโกรธนะ..."
"..."
มือบางเอื้อมไปเกาะแขนอีกคนหนึ่งเอาไว้ "คุณก็รู้นี่ว่าผมไม่ชอบที่พ่อผมบังคับให้คุณมาดูแลผม ผมเลยไม่อยากออกไปกับคุณ เลยพูดไปตรงๆ ผมไม่ได้คิดว่ามันจะทำให้คุณรู้สึกไม่ดี...ขนาดนี้ ผมขอโทษ"
อีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ คยูฮยอนจึงปล่อยมือออกจากแขนของซองมิน อมลมแก้มป่องเป็นเชิงน้อยใจที่ซองมินไม่ยอมสนใจ ให้ตายเถอะ เกิดมาสิบห้าปีมีแต่คนต้องง้อคยูฮยอน นี่คยูฮยอนต้องมาง้อซองมินนะ รู้ตัวไหมว่ากลายเป็นหมูป่าวีไอพีไปแล้ว! สนใจกันบ้างสิครับพี่!
ริมฝีปากอิ่มสีสดส่งเสียงโอดครวญ
"โอย...ต้องให้ผมทำยังไงคุณถึงจะสนใจผมบ้างเนี่ย... ผมขอโทษไปแล้ว..."
คำพูดของคยูฮยอนหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอจากคนข้างตัว หันไปมองก็เห็นซองมินกำลังกลั้นหัวเราะเสียเต็มที่ พอเจ้าตัวรู้สึกตัวว่าคยูฮยอนมองมา เขาก็พูดขึ้นกลั้วเสียงหัวเราะที่ถี่ขึ้นกว่าเดิม
"ฮ่ะๆๆ ฉันไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้นะเนี่ย...ฮ่าๆๆๆ"
อีซองมินขำมาก...หัวเราะ จนตัวงอ คยูฮยอนอยากจะถามว่าขำมากไหม เพราะแม้แต่คนที่โง่ที่สุดก็เข้าใจถ่องแท้ว่า โจ คยูฮยอน ถูกคนแก่อายุสามสิบหลอกเข้าเต็มเปา...
"คุณ...โอ๊ยยยย....!!!" พูดไม่ออกเลยทีเดียว แล้วไอ้ที่เขาสับสนกับตัวเองก่อนหน้านี้จนกินข้าวไม่อร่อยนี่เพื่ออะไร เพื่ออะร้ายยยยย!! เขายกมือทั้งสองข้างขยี้ผมตัวเองเบาๆ และกัดฟันกรอด "คุณหลอกผม!"
"ก็หลอกน่ะสิ ตอนแรกฉันไม่คิดว่าเธอจะตกหลุมฉันด้วยซ้ำ เห็นไม่สนใจที่ฉันท้าเลยนึกว่าจะรู้ทันฉัน"
ยิ่งฟังคำสารภาพก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้า เสียหน้ามากๆ อย่าให้ใครที่โรงเรียนมารู้เป็นอันขาดเลยว่าที่คยูฮยอนง้อคนอื่นก่อนแบบนี้ เป็นเพราะโดนหลอก นี่มันยิ่งกว่าเล่นเกมแพ้อีกนะ!
"และฉันก็นึกว่าจะต้องใช้เวลานานกว่านี้กว่าเธอจะมายอมง้อฉัน ที่ไหนได้ นี่ยังไม่ถึงสิบสองชั่วโมงเลยนะ" พูดเสร็จก็หัวเราะคิกคักอีก เออ หัวเราะเข้าไป หัวเราะขนาดนี้สนใจไปเป็นหน้าม้าในรายการตลกที่กำลังดูอยู่ไหม
ร่างบางทำท่าจะลุกหนี แต่ซองมินกลับดึงมือเขาเอาไว้ "อะไร อะไร แค่นี้งอนเหรอ"
"คุณนี่มัน...จริง ๆเลย! กลับบ้านคุณไปเถอะ กลับไปเลย ไม่ต้องมายุ่งกับผมแล้ว!"
"อะไรกันๆ ฉันว่าพวกเราก็เข้ากันได้ดีออกนะ" ซองมินพูดเสียงนุ่ม หากกลับมีเสียงหนึ่งขัดขึ้นมา
"ทำอะไรกันสองคนนี้"
โจยองฮวาในชุดนอนผ้าเนื้อดีเอ่ยขึ้น ปลายผมยังเปียกชื้นอยู่เล็กน้อย คงเพิ่งอาบน้ำเสร็จพอดี สายตาคมมองอีซองมินที่กำลังจับมือโจคยูฮยอนอยู่บนโซฟา เขาไม่ได้ถามเพราะภาพที่เห็นส่อไปในทางที่ไม่ดี แต่ถามเพราะแปลกใจที่เห็นสองคนนี้ดูสนิทสนมกันมากกว่าวันก่อนๆ
"ไม่มีอะไรครับคุณยองฮวา คยูฮยอนเขาแค่งอนผมนิดหน่อย"
"อ้าว? งอนอะไรซองมินเขาล่ะหืม?"
ถือโอกาสสะบัดข้อมือเล็กออกจากการกอบกุมของอีกฝ่าย "ไม่มีอะไรหรอกพ่อ เคลียร์กันแล้ว"
"งั้นก็แล้วไป..." ยองฮวาพูดอย่างโล่งอก "จะ ว่าไปแล้วคยูฮยอนกับซองมินก็คุ้นเคยกันเร็วกว่าที่พ่อคิดไว้เยอะเลยนะ ขนาดพ่อเห็นว่าไม่ค่อยคุยกันแท้ๆ แต่ก็ทะเลาะกันงอนกันคืนดีกันไปแล้ว... ท่าทางสองคนนี้จะเข้ากันได้ดีนะ อย่างนี้ค่อยวางใจได้หน่อย"
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณยองฮวา..." ซองมินเหลือบมองคยูฮยอนอย่างมีเลศนัย...สายตาตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากตอนที่มองคยูฮยอนในวันแรกที่เจอกัน จนทำให้คยูฮยอนต้องรีบลุกหนี "เราเข้ากันได้ดีแน่ๆ ครับ"
ยองฮวายิ้มมองพวกเขาสองคนอย่างเบาใจ อีกไม่กี่วันข้างหน้าเขาจะต้องเดินทางไปประเทศจีนแล้ว เห็นซองมินเข้ากับคยูฮยอนได้เร็วกว่าที่คิดเขาก็ใจชื้นขึ้นเยอะ ช่างตรงข้ามกับลูกชายคนเดียวอย่างคยูฮยอนนัก ถ้านั่งกุมขมับและร้องโอดโอยได้โดยที่ไม่มีใครถามว่าเป็นบ้าอะไร คยูฮยอนก็คงทำไปแล้ว
นี่แค่ไม่กี่วันซองมินก็ทำเขาหัวปั่นไปเรียบร้อย...
ชีวิตของเขาต่อจากนี้จะต้องเจออะไรที่คาดไม่ถึงมากมายจากผู้ชายที่ชื่ออีซองมินแน่ๆ
TBC.
น่ารักมากคะ
อ่านแล้วอมยิ้มเป็นระยะ ระยะเลยทีเดียว
จะติดตามต่อไปค่า
#1 By Viky (111.84.70.205) on 2011-11-25 14:42