[SF] My J. (HOONKYU)

posted on 05 Dec 2011 15:58 by smile-sneezes  directory Fiction
Title: My J. 
Author: smilesneezes 
Pairing: Junghoon x Kyuhyun
Rating: เลี่ยนและไร้แก่นสารมาก
Note: แรงบันดาลใจมาจากเพลงชื่อเดียวกับชื่อเรื่องเลยค่ะ SNSD - My J แบบฟังแล้วมโนว่า J คือ Junghoon (และ Jo Kyuhyun 55555)
คำแปลไทยในเพลงมาจากคลิปที่ลิ้งค์ไปเลยนะคะ มีดัดแปลงบางคำค่ะ

 

 

 

 

ทันทีที่เห็นว่าสมาชิกวงซุปเปอร์จูเนียร์ทุกคนนั่งลงประจำที่นั่งของตัวเองเรียบร้อยแล้ว คิมจองฮุนจึงกลับมานั่งตรงที่นั่งของตนเองที่ชั้นประหยัด อีกไม่กี่ชั่วโมงเครื่องบินลำนี้ก็จะถึงจุดหมาย และที่ชั้นธุรกิจก็มีผู้จัดการคนอื่นคอยดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว เขาจึงพอมีเวลาให้พักผ่อนร่างกายอีกสักพัก...

 

จองฮุนอยากผ่อนคลายด้วยการหาเพลงฟัง จึงล้วงหยิบเครื่องเล่นเอ็มพีสามขึ้นมา แปลกใจนักที่เห็นชื่อเพลงของศิลปินที่เขาก็คุ้นเคยดี แต่จำได้ดีว่าไม่เคยเอาเพลงนี้ลง

 

เขากดข้ามเพลงไป... มันยังคงเป็นเพลงเดิม

กดข้ามไปกี่เพลง ก็ยังเป็นเพลงเดียวกันนั้น ในเครื่องไม่มีเพลงอื่นเลยนอกจากเพลงนี้

 

คิมจองฮุนมั่นใจว่าต่อให้เขามึนจากการทำงานแค่ไหน เขาก็คงไม่มีทางเอาเพลงเพลงเดียวเรียงใส่เพลย์ลิสต์เป็นสิบครั้งเช่นนี้ ยิ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เขาไม่เคยเอาลงเครื่องมาก่อน เขาถือเครื่องเอ็มพีสามค้างไว้ในมือเช่นนั้นในขณะที่สมองคิดทบทวนว่าอยู่ๆ เพลงนี้ถึงมาอยู่ในเครื่องเล่นได้อย่างไร...

 

ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่าใครเป็นคนทำ... มีอยู่คนเดียวที่กล้ายุ่งกับของใช้ส่วนตัวในกระเป๋าเขาได้โดยที่รู้ว่าเขาจะไม่ว่า มีอยู่คนเดียวที่รู้ดีว่าถ้าทำแบบนี้แล้วเขาจะไม่โกรธ มีอยู่คนเดียวที่ต่อหน้าไม่ค่อยกล้าแสดงออกอะไร แต่มักชอบทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ... นี่ก็คงไม่ต่างกัน

 

จองฮุนยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงคนคนนั้น น่าเสียดายที่คนคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะติดละครเวทีจึงไม่ได้บินมาพร้อมกัน คยูฮยอนพร้อมกับซีวอนและชินดงจะบินตามไปมาเลเซียทีหลัง และเจ้าตัวคงตั้งใจให้เป็นแบบนี้ คงกลัวว่าจะทำหน้าไม่ถูก

 

ยกหูฟังสีส้มขึ้นสวมแล้วจึงกดเล่นเพลงตามปกติ และแค่ดนตรีขึ้นมาจองฮุนก็แทบจะหลุดขำออกมา ปกติจองฮุนไม่ค่อยนิยมเพลงป็อปของเกิร์ลกรุ๊ปที่ดนตรีน่ารักๆ แบบนี้ และไม่คิดว่าคนคนนั้นจะใส่เพลงแบบนี้มา แถมยังลบเพลงอื่นออกไปหมดเพื่อบังคับให้เขาฟังให้ได้ แต่เพราะรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร...เขาจึงนั่งฟังต่อ

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"...เมื่อมีใครพูดว่า เวลามีความรักแล้วดูดีขึ้น

ฉันคิดว่ามันคงจะเป็นความจริง ฉันยิ้มออกมาโดยที่ไม่มีเหตุผล 
ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฉันเป็นเหมือนเธอเลยล่ะ 
น่าแปลกใจจังนะ..."

 

.

.

 

"ไอ้เด็กอ้วน!”

 

อดพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่ยังกินอาหารที่แฟนคลับทำซัพพอร์ทมาให้ไม่หยุด ตรงหน้าโจคยูฮยอนตอนนี้มีกล่องอาหารที่มีสติกเกอร์จากแฟนไซต์แปะอยู่เต็มไปหมด ภายในกล่องบรรจุเมนูอาหารแตกต่างกันไปทั้งของคาวของหวาน แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวเพิ่งจัดการกุ้งที่อยู่ในกล่องหนึ่งไปเสียเรียบ นี่ถ้าไม่นับสเต็กเนื้อกลิ่นหอมที่คยูฮยอนกำลังจัดการอยู่ตอนนี้ ก็ยังเหลือกล่องของหวาน ผลไม้ และเครื่องดื่มอีกต่างหาก... จบจากซัพพอร์ทรอบนี้ก็ยังมีอาหารซัพพอร์ทจากแฟนไซต์อื่นรอต่อคิวอยู่อีก เอาเถอะ โจคยูฮยอนจะไม่อ้วนขึ้นก็ให้มันรู้ไป

 

คำพูดหยอกล้อของจองฮุนทำให้นักแสดงรุ่นพี่คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในห้องพักนักแสดงด้วยกันหัวเราะออกมา คนที่มีลางว่าน้ำหนักคงจะขึ้นในเร็วๆ นี้ตวัดสายตาใส่คิมจองฮุนทั้งที่ยังเคี้ยวเนื้ออยู่ตุ้ยๆ เต็มแก้ม เขาหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดู เวลาปกติคยูฮยอนคงตอบโต้เขามาแล้วเรียบร้อย แต่เพราะอาหารยังอยู่เต็มปาก เลยทำอะไรไม่ได้นอกจากมองค้อน

 

ว่าผมอ้วนอยู่ได้ ก็คนมันเหนื่อยมันหิวมันก็ต้องกินสิ!” สวนกลับทันทีที่กลืนอาหารลงคอหมด "เดี๋ยวแสดงจริงร่างกายผมก็เผาผลาญไปเองแหละ ผมไม่อ้วนหรอกนะ"

 

เหรอ...ก้นกับขาใหญ่ขึ้นทุกวันจนกางเกงจะฟิตหมดแล้วไม่รู้ตัวหรือไง ตอนนี้เหลือที่ใส่ได้สบายๆ กี่ตัวให้พี่กลับไปนับที่ห้องให้มั้ย?” คนที่ยืนอยู่ยังคงไม่หุบยิ้ม และแค่เห็นคยูฮยอนจงใจขยับเก้าอี้เพื่อหันหลังให้เขา จองฮุนก็ได้ยินเสียงเหวี่ยงๆ ของคยูฮยอนร้องว่า 'ผมงอน (ง้อผมด้วย!)' ดังขึ้นในหัวทันที...

 

หากเป็นก่อนหน้านี้ที่คยูฮยอนยังเป็นแค่ศิลปินคนหนึ่งสำหรับเขา เป็นแค่คนที่เขามีหน้าที่ต้องคอยดูแลตารางงานให้ จัดการไฟลท์บินและที่พักให้ และป้องกันไม่ให้แฟนคลับเข้าถึงเนื้อถึงตัว จองฮุนคงไม่ได้สนใจถ้าคยูฮยอนจะกินอาหารจนพุงกาง (อย่างมากก็คงแค่ไล่ให้ไปลดน้ำหนักด่วน และบอกสไตลิสท์ให้เตรียมหากางเกงไซส์ใหม่ไว้ให้ในกรณีที่คยูฮยอนล้มเหลว) คงไม่มายืนมองดู 'ไอดอลอ้วนๆ' คนนี้กินเอาๆ อย่างเอร็ดอร่อยเพราะมันเสียเวลาชีวิตมาก คงจะไม่ใส่ใจหากคยูฮยอนจะไม่พอใจกับคำพูดของเขาจนถึงขั้นงอนไปแบบนี้

 

แต่ตอนนี้คิมจองฮุนกำลังยิ้ม... ยิ้มให้ทุกๆ การกระทำของโจคยูฮยอน ชอบใจที่จะมองทุกอิริยาบถของคยูฮยอน ตอนที่เจ้าตัวเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ แถมทำหน้าเปรมเหมือนเด็กๆ ที่ได้กินของหวานนั้นก็น่าเอ็นดู หรือแม้แต่ตอนนี้ที่คยูฮยอนเปลี่ยนไปนั่งหันหลังให้เขา จองฮุนก็ว่าคยูฮยอนน่ารักดี...

 

เพราะคยูฮยอนไม่ใช่แค่ศิลปินคนหนึ่งที่เขาต้องดูแลตามหน้าที่และเพื่อเงินเดือนอีกต่อไปแล้ว

 

งอนทำไม...ว่าอ้วนแค่นี้เอง"

 

โดนด่าว่าอ้วนใครมันจะไปดีใจเล่า"

 

ไม่เห็นเป็นไรเลย อ้วนไม่ได้แปลว่าไม่น่ารักซะหน่อย...”

 

...”

 

...แบบนี้ก็น่ารักดี พี่ชอบ"

 

เกิดเสียงโห่ฮิ้วแซวคนทั้งคู่พร้อมๆ กับที่คยูฮยอนรีบพึมพำออกมาว่า "...ไร้สาระ" และจองฮุนก็รู้จักคยูฮยอนดีพอที่จะไม่เอาคำพูดของเขามาคิดเป็นจริงเป็นจัง คยูฮยอนไม่ใช่คนที่จะมานั่งบิดตัวเอียงอายหรือปลาบปลื้มกับคำพูดของเขาต่อหน้าคนอื่น ยิ่งอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็จะยิ่งแสดงท่าทางดื้อรั้น แต่เขารู้ว่าคยูฮยอนกำลังยิ้มหรือคงกำลังกลั้นยิ้มอยู่ และความคิดของเขาก็เป็นจริงเมื่อนักแสดงรุ่นพี่คนหนึ่งจงใจทักว่าทำไมคยูฮยอนถึงกำลังแอบยิ้มกับตัวเอง ทำไมคยูฮยอนถึงกำลังหน้าแดง...

 

แม้คนถูกทักจะพยายามปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่จริง แต่ปฏิกิริยาทั้งหมดนั้นชัดเจนมากพอแล้วสำหรับคิมจองฮุน

 

ความรักทำให้คนเรายิ้มกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้เสมอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"...แม้แต่ตอนที่ฉันเดิน หรือแม้แต่ตอนที่ฉันนั่งนอนเล่น

ฉันก็หัวเราะออกมา และก็กลิ้งไปกลิ้งมาสักพัก 
เธอคือคนที่ฉันฝันมาตลอด ในที่สุดเธอก็มาอยู่เคียงข้างฉัน 
ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยล่ะ..."

 

.

.

 

นานๆ ทีพวกเขาจะได้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ โดยที่คนหนึ่งไม่ต้องกังวลว่าจะไปทำงานไม่ทัน และอีกคนหนึ่งก็ไม่ต้องกังวลว่าจะพาอีกคนไปทำงานสายกว่าเวลานัด ความเหนื่อยล้าจากการแสดงคอนเสิร์ตติดกันสองวันทำให้คยูฮยอนไม่อยากออกไปไหน จึงโทรเรียกจองฮุนให้มาหาที่คอนโดฯ ส่วนตัวแทน

 

คนที่เพิ่งโผล่ออกมาจากห้องนอนไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาที่จองฮุนนั่งอยู่ทันที ศีรษะทุยหนุนตักอุ่นๆ ของจองฮุนไว้แทนหมอนพร้อมๆ กับที่หลับตาลง จองฮุนแกล้งถามเสียงนุ่มว่า

 

“เหนื่อยอยู่แล้วทำไมไม่นอนพัก"

 

“อยากให้พี่อยู่ด้วยนี่” คยูฮยอนตอบเสียงงัวเงียเล็กน้อย ไม่ต่างกับเสียงที่จองฮุนได้ยินผ่านทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ และพึมพำตามต่อมาเหมือนจะรำพันกับตัวเองว่า "...ตักพี่อุ่นจัง...”

 

คนที่ไม่ค่อยยิ้มระบายยิ้มออกมาบางๆ มือที่มักใช้ถือแต่โทรศัพท์หรือไม่ก็คีบบุหรี่ลูบไปมาบนกลุ่มผมนุ่มนั้นช้าๆ อย่างเอ็นดู "โทรเรียกพี่มาเป็นหมอนอย่างเดียวเหรอ? หมอนในห้องไม่นุ่มพอหรือไง?”

 

“เปล่านะ...” คนที่นอนอยู่พลิกตัวเป็นนอนตะแคงและหันหน้าเข้าลำตัวของจองฮุน แขนขาวที่โผล่พ้นเสื้อกอดเอวของชายอีกคนไว้หลวมๆ "...ผมคิดถึงพี่นี่"

 

“ก็เจอกันมาตลอดเลยไม่ใช่หรือไง... พี่ก็เห็นเราอยู่บนเวทีตลอด"

 

“ฮื้อ...มันไม่เหมือนกันซักหน่อย ผมหมายถึง เราไม่ค่อยได้อยู่กันสองคนแบบนี้"

 

จองฮุนปล่อยให้คยูฮยอนนอนอยู่บนตักของเขาเฉยๆ มือแกร่งเปลี่ยนจากเล่นกับเส้นผมสีน้ำตาลของคยูฮยอนไปเป็นบีบนวดไหล่ของเจ้าตัวแทน แต่ทันทีที่ไปสัมผัสโดนผิวนุ่มนั้น คนด้านล่างก็สะดุ้งนิดหนึ่งพร้อมกับร้องว่า “จั๊กจี้อ้ะ!”

 

“อยู่เฉยๆ สิ พี่จะนวดให้ไง เหนื่อยไม่ใช่เหรอ"

 

ได้ยินอย่างนั้นแล้วคนตัวขาวจึงนอนนิ่ง แขนยาวยังคงเกาะเกี่ยวเอวของจองฮุนไว้แน่นในขณะที่คนด้านบนค่อยๆ เคล้นคลึงกล้ามเนื้อของคยูฮยอนไล่จากบริเวณไหล่ลงไปจนถึงเอว นักร้องหนุ่มทุบแผ่นหลังหมอนวดจำเป็นของเขาเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงพึมพำจากริมฝีปากบางเฉียบว่า "ตรงนี้ไขมันเต็มเลยนะ" แต่ถ้าไม่นับเรื่องนั้นแล้ว คนโดนนวดก็รู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวมากทีเดียว จองฮุนคงยังเอาใจคนรักต่อไปเรื่อยๆ จนคยูฮยอนบอกให้หยุดได้

 

“ไม่ยักรู้ว่าพี่นวดเป็นด้วย"

 

“ไม่ได้นวดจับเส้นนี่ แค่ให้หายปวดเมื่อยเฉยๆ จะต้องชำนาญอะไรมากมาย – ชอบมั้ยล่ะ"

 

“เหรอ แต่รู้สึกดีขึ้นเยอะนะ ผมชอบ พี่นี่ชอบทำให้ผมประหลาดใจ...หลายเรื่องเลย"

 

“ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

 

คยูฮยอนเปลี่ยนท่ามาเป็นนอนหงายและปล่อยแขนออกจากจองฮุน ตาเรียวของผู้จัดการหนุ่มจ้องลงมาอย่างอ่อนโยน สองมือที่ว่างจากการนวดแล้วกลับมาลูบกลุ่มผมนุ่มๆ ของคยูฮยอนอีกครั้ง

 

ในยามที่นอนนิ่งอยู่บนตักของเขาแบบนี้ ในยามที่โจคยูฮยอนไม่ได้แต่งหน้าหนาจัด ไม่ได้เซ็ตผมให้เป็นทรงสวย มือเรียวสวยไม่ได้จับไมค์ นักร้องไอดอลชื่อดังระดับเอเชียก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กชายที่หลับตาพริ้มอย่างพึงใจเมื่อคนอายุมากกว่าถ่ายทอดความรักให้อย่างละมุนละไมเช่นนี้

 

เช่นเดียวกันกับคิมจองฮุน ในยามที่ไม่ต้องสะพายกระเป๋าเดินนำหรือระวังหลังขบวนศิลปินที่สนามบินหรือตามโรงแรม ไม่ต้องคอยกดโทรศัพท์ติดต่อนู่นนี่ให้วุ่นวายใจ ไม่ต้องปั้นหน้าดุใส่แฟนคลับและระวังไม่ให้พวกหล่อนแตะต้องตัวศิลปินที่ดูแล ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขกับการใช้เวลาร่วมกันกับคนรักแบบนี้

 

“เรื่องที่ประหลาดใจน่ะ...อะไรบ้างล่ะ?”

 

“ก็เช่น...ตอนที่พี่มาดูแลพี่ฮีชอลใหม่ๆ ผมยังคิดเลยว่าทำไมคนนี้หน้าดุจัง ต้องเข้มมากแน่ๆ เลย แต่พอพี่ฮีชอลไป แล้วพี่ก็มาดูแลพวกเรา ผมกลับรู้สึกว่าพี่ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด” คยูฮยอนไม่สบตากับจองฮุน ปากเม้มเข้าหากันนิดๆ เพราะรู้สึกว่าใจเต้นแรงขึ้นขณะที่พูด "ผมกลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้อบอุ่นดี...”

 

เขาพูดจบแล้วก็เงียบไปจนจองฮุนถามย้ำอีกรอบ "...แค่นี้เองเหรอ? ไหนบอกหลายเรื่องไง"

 

“ก็หลายเรื่อง แต่ผมจะเล่าให้พี่ฟังแค่นี้แหละ"

 

“อะไรเนี่ย? มาทำให้อยากรู้แล้วก็ไม่เล่าให้ฟัง"

 

นักร้องหนุ่มทำหน้าเหมือนกลั้นยิ้มเอาไว้อย่างขวยเขิน และอยู่ดีๆ ก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ จนต้องยกมือขาวขึ้นมาปิดปากของตัวเองไว้ และพอจองฮุนถามว่าเขากำลังคิดอะไร คยูฮยอนก็ส่ายหน้าที่มีรอยยิ้มวาดไว้อยู่และไม่ยอมตอบ ราวกับจะเก็บความสุขสันต์ที่ทำให้หัวใจกำลังพองโตตอนนี้ไว้กับตัวคนเดียว

 

ไม่ต้องมีคำพูดอะไรมากมาย ไม่ต้องมีการกระทำเร่าร้อนรุนแรง...

แต่ทั้งคยูฮยอนและจองฮุนต่างก็รู้สึกอิ่มเอมใจราวกับกำลังอยู่ในฝัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"พวกเราควรจะทำยังไงดี

ฉันลองหยิกตัวเองดูเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป 
แต่คนที่อยู่ตรงหน้าฉันคือเธอจริงๆ"

 

.

.

 

แม้แต่คนที่จิตใจหยาบกระด้างก็ย่อมรับรู้ได้ว่าคยูฮยอนกำลังซึมเศร้า พอได้มาเป็นผู้จัดการที่คอยดูแลสมาชิกทุกคนไม่ใช่แค่คิมฮีชอลคนเดียว พอรู้ตัวว่าไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ไม่อาจละสายตาไปจากเจ้าของใบหน้าหวานได้เลยนั้น คิมจองฮุนก็ยิ่งสังเกตความเปลี่ยนแปลงของโจคยูฮยอนได้ชัดเจนกว่าเก่า เขาใช้โอกาสตอนที่สมาชิกคนอื่นกำลังหลับอยู่ที่เบาะหลังถามคนหน้าเศร้าที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ ว่า

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า หน้านายดูไม่ค่อยสบายนะ"

 

ตอนนั้นคยูฮยอนสั่นศีรษะปฏิเสธว่าไม่มีอะไร และแม้จะถามซ้ำอีกครั้งคยูฮยอนก็ตอบมาแบบเดิม จองฮุนจึงถอดใจเพราะคิดว่าคงไม่ได้รับคำตอบจากคยูฮยอนแน่นอน จนกระทั่งเดินทางไปถึงสถานท่ีจัดงานแล้ว เขาจึงลอบถามอีซองมินเพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรู้

 

“อ้าว ก็คยูฮยอนมันชอบพี่...มันแอบมองพี่ตลอดเลยพี่ดูไม่ออกหรือไง?”

 

คำตอบที่ได้รับทำให้จองฮุนประหลาดใจ ข้อแรกคือคยูฮยอนชอบเขา ข้อสองคือ คยูฮยอนชอบเขาแล้วทำไมต้องทำหน้าเศร้า ซองมินจึงอธิบายต่อทันทีที่เห็นสีหน้าของจองฮุนว่า "ก็มันเพิ่งมาปรึกษากับผมเมื่อคืนว่าจะทำยังไงดีชอบผู้จัดการตัวเอง แต่ผมจำได้ว่าตอนผมเล่นละครเวทีพี่เคย...พี่พาแฟนพี่มาด้วยไง ผมเลยเล่าให้มันฟัง – ไม่ต้องห่วงมันมากหรอกครับ เดี๋ยวมันก็หายดีเอง แค่ยังทำใจไม่ได้ว่าอกหัก...”

 

ยอมรับว่าตั้งตัวไม่ถูกเหมือนกันหลังจากได้ฟังซองมินเล่าเสียหมดเปลือก ในใจแทบระเบิดออกมาขณะที่ต้องรอซุปเปอร์จูเนียร์แสดงบนเวทีให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เช่นเดียวกับคยูฮยอนที่ในหัวก็มีแต่คำว่า 'เป็นไปไม่ได้' ตลอดเวลาที่เปล่งเสียงร้องเพลงอยู่บนเวทีใหญ่นั้น นอกจากซองมินคงไม่มีใครรู้หรอกว่าเขากำลังรู้สึกอะไร...

 

จนกระทั่งสมาชิกทุกคนกลับลงมาที่ห้องแต่งตัวนั่นเองที่จองฮุนใช้สิทธิความเป็นผู้จัดการเรียกคยูฮยอนออกมาคุย จำได้ว่าร่างสูงยังคงแววตาเศร้าสร้อยเอาไว้เล็กน้อยยามที่ออกมายืนอยู่ตรงทางเดินกันเพียงสองคน และจองฮุนก็ไม่ลังเลเลยที่จะบอกคยูฮยอนไปตรงๆ ว่า

 

“ซองมินเล่าให้พี่ฟังหมดแล้ว"

 

คยูฮยอนตกใจ ปากอิ่มอ้าค้างน้อยๆ ทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าซองมินจะเผยทุกอย่างให้จองฮุนรู้แบบนี้ ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันทีโดยที่เครื่องสำอางหนาเตอะปิดไว้ไม่อยู่ ในขณะที่พูดอ้ำอึ้งว่า "ผม...ผมแค่...”

 

“พี่กับเธอเลิกกัน...ไปสักพักแล้ว ทะเลาะกันเรื่องเดิมๆ...เราคงรู้ว่าเรื่องอะไร"

 

คนฟังนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อยว่า "แล้วยังไง...พี่ไม่มีแฟน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะชอบผมนี่ – คิดซะว่าพี่ซองมินเล่าเรื่องตลกให้ฟังก็ได้นะครับ..."

 

“ถ้าพี่คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องตลก พี่คงไม่เรียกเรามาคุยด้วยจริงจังแบบนี้"

 

คยูฮยอนเบือนหน้าหนีและทำท่าจะหันหลังกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว “พี่ไม่ต้องห่วงความรู้สึกผมนักหรอกครับ เดี๋ยวผมก็ดีขึ้นเอง...”

 

“ถ้าพี่แค่เป็นห่วงความรู้สึกเรา...” จองฮุนเอื้อมมือไปบีบไหล่ของคยูฮยอนไว้เบาๆ พร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้อีกคนหนึ่งมากขึ้น "...พี่คงไม่ทำแบบนี้"

 

สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากจากใบหน้าหล่อเหลาที่ยื่นเข้ามาใกล้ทำให้โจคยูฮยอนใจสั่นหวิว เผลอกำมือแน่นและจิกเล็บเข้ากับอุ้งมือตัวเองเบาๆ และความเจ็บปวดนั้นก็ทำให้คยูฮยอนรู้ว่าเขาไม่ได้ฝันไป ความเหน็ดเหนื่อยจากการขึ้นแสดงเมื่อครู่นี้แทบจะมลายหายไปสิ้นจากความอบอุ่นที่คนอายุมากกว่ากำลังมอบให้อยู่ตอนนี้ จูบแรกจากคนที่ฝันถึงมาตลอดนั้นกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่กลับทิ้งรอยตราตรึงไว้ในหัวใจท่ีกำลังเต้นระรัวของคยูฮยอน

 

 

 

“ถ้าเรายังไม่แน่ใจอีก... พี่ก็จะบอกอีกว่า พี่ไม่จูบกับคนที่ไม่ได้ชอบ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ฉันรักเธอมากๆ นะ My J ของฉัน...

เวลาที่ฉันอยู่กับเธอ ฉันรู้สึกมีความสุขมากๆ เลยล่ะ 
เธอเห็นไหม หัวใจของฉันอยู่กับเธอตลอด 365 วันเลยนะ"

 

 

 

ไม่่น่าเชื่อว่าคิมจองฮุนจะทนฟังเพลงที่ไม่ได้ชอบติดต่อกันนานหลายชั่วโมงจนกระทั่งเครื่องบินลงจอด และแม้จะเอาหูฟังออกแล้วเนื้อเพลงทุกท่อนก็ยังคงฝังแน่นอยู่ในหัว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาฟังมันหลายสิบรอบจนจำได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะหัวใจรับรู้ความหมายที่คนใส่เพลงนี้มาให้ต้องการจะสื่อ และถ้าไม่ใช่เพราะต้องปั้นหน้าเคร่งขรึมเพื่อกันไม่ให้แฟนคลับเข้ามาใกล้ จองฮุนคงจะยิ้ม ยิ้มให้คนทั้งโลกรู้ว่าเขากำลังมีความสุข...

 

ตั้งแต่ก่อนคบกันจนถึงตอนนี้ คยูฮยอนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกตัวเองออกมามากนัก ไม่หัวเราะเขินอายกลบเกลื่อนก็จะเป็นต่อว่าแทน ไม่รู้ว่ากลัวโดนจองฮุนหรือสมาชิกในวงหรือผู้จัดการคนอื่นล้อหรืออย่างไร แต่คยูฮยอนมักจะมีวิธีเงียบๆ ที่ใช้บอกเสมอว่าเขามีความสุขที่ได้อยู่กับจองฮุน ว่าเขารักจองฮุน อย่างเช่นการชอบมาคลอเคลียเหมือนลูกแมวอ้อนนาย – อย่างเช่นการเอาเพลงนี้ให้เขาฟังเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดให้เขารับรู้

 

ตลอดเวลาที่ได้พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมกลางกัวลาลัมเปอร์ คิมจองฮุนก็ยังคงนอนฟังเพลงนี้อยู่

ในใจหวนคิดถึงแต่โจคยูฮยอนทุกวินาที อย่างที่คยูฮยอนก็คงกำลังคิดถึงเขาเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เวลาที่ฉันเห็นเธอ ฉันไม่รู้เลยว่าจะทำตัวยังไงดี

มันชัดเจนมากๆ จนฉันเริ่มหัวเราะออกมา 
ฉันจะทำยังไงดี? ฉันอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีเธอ"

 

 

 

 

เป็นอย่างที่จองฮุนคาดไว้ สิ่งแรกที่คยูฮยอนทำเมื่อเดินทางมาถึงมาเลเซียและได้อยู่กันเพียงสองคนในห้องของจองฮุนคือหัวเราะออกมา หัวเราะเหมือนเด็กเวลาโดนจับได้ว่าแอบแกล้งเพื่อนอย่างไรอย่างนั้น น่ารักจนจองฮุนอยากจะยื่นมือไปบีบแก้มแดงๆ ของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาบนเตียงนี้

 

“ลบเพลงออกจากเครื่องพี่น่ะ สนุกมากไหม"

 

คยูฮยอนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางอมยิ้ม "ไว้พี่ค่อยเอาลงใหม่ก็ได้นี่ เพลย์ลิสต์เดิมในคอมฯ ก็มีไม่ใช่หรือไง"

 

“ร้ายนักนะ" เดาได้ว่าอีกฝ่ายต้องฉวยโอกาสในคืนที่เขาไปค้างที่ห้องของคยูฮยอน จัดการลบเพลย์ลิสต์เดิมและใส่เพลย์ลิสต์ใหม่ที่มีแต่เพลงนี้เข้าไปในเครื่องเล่นเอ็มพีสาม จำได้ว่าตอนจะกลับ เขายังถามหาหูฟังและอุปกรณ์ฟังเพลงของตัวเองอยู่เลย

 

“ชอบเพลงหรือเปล่า?”

 

“ก็ชอบ ชอบเนื้อเพลง แต่ชอบคนที่ใส่มาให้ฟังมากกว่า"

 

“ตอนผมฟังครั้งแรกผมนึกถึงพี่เลยนะ เคยเปิดในรถตอนอยู่กับพี่ด้วย แต่พี่คงใจลอยอยู่ไม่ก็ไม่สนใจฟังแนวนี้จริงๆ เลยไม่ได้ตั้งใจฟังเนื้อเพลง" จมูกโด่งกดลงที่ใบหน้าด้านข้างของคนรักเบาๆ อย่างเอาใจ ซึ่งก็ได้รับการตอบแทนเป็นจุมพิตเบาๆ ที่ขมับ ศีรษะทุยสวยเอนซบลงบนไหล่กว้าง เอ่ยคำหวานที่นานครั้งจองฮุนจะได้สดับฟัง

 

 

 

 

 

“ผมรักพี่นะครับ...My J.”

 

 

 

 

 

ผู้จัดการหนุ่มยกมือขึ้นจับปลายคางของคยูฮยอนไว้ ประทับริมฝีปากปากของตัวเองเข้ากับกลีบปากรสหวานของคนที่นั่งอยู่เคียงข้างเขา แม้กระทั่งในตอนนี้ คิมจองฮุนก็ยังใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้จูบโจคยูฮยอนราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งลิ้มรสรัก... ราวกับว่านี่ยังคงเป็นจูบแรกระหว่างพวกเขาทั้งสอง อาจเป็นเพราะใจของเขายังรักคยูฮยอนตลอดโดยไม่มีหยุดพัก

 

 

 

 

ริมฝีปากหยักผละออกมาและเลื่อนไปกระซิบริมใบหูของคนรัก

 

 

 

 

 

 

 

“พี่ก็รักเราเหมือนกันนะ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...My Lovely J.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

น่ารักอ่ะ

ชอบจังเลย ฟิคใสๆ แบบนี้

เหมาะกับ น้องคยูกี้มากเลย

(ถึงแม้บางที น้องจะยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็เถอะ ^_^)

#1 By Viky (1.46.61.26) on 2011-12-06 11:23