[SF] Hug Me Once (Sungyeol x Myungsoo)
posted on 07 Mar 2012 23:01 by smile-sneezes directory FictionTitle: Hug Me Once
Author: smilesneezes
Pairing: Sungyeol x Myungsoo (YeolMyung)
Rating: ใสๆ...
Talk: เขียนเรื่องนึงค้างไว้อยู่แล้วเครียด(?) เลยหนีมาเขียนเรื่องนี้แทน แรงบันดาลใจจากทวิตของแอล... ฟิคอินฟินิทเรื่องแรก(ที่เขียนจบสักที) ฝากด้วยนะคะ -w-
INFINITELKIM: 쌀쌀하다.. (หนาว..)
...ก็อยากจะเมนชั่นตรงๆ อยู่หรอกนะ แต่ถ้าทำแบบนั้นมันจะดูแปลกๆ
คิมมยองซูจึงตัดสินใจทวีตข้อความนั้นไปลอยๆ และภายในไม่กี่วินาที เขาก็ได้รับเมนชั่นถล่มทลายจากแฟนๆ เป็นหลายภาษา ซึ่งเขาก็เพียงเลื่อนจออ่านความห่วงใยเหล่านั้นแค่ผ่านๆ เพราะถ้าขืนไล่อ่านทุกข้อความอย่างตั้งใจ คงไม่ได้นอนพักผ่อนเพื่อให้หายจากพิษไข้นี่แน่ เขาอ่านเพียงไม่ถึงนาทีก็วางโทรศัพท์ลงไว้ข้างหมอนเหมือนเดิมและหลับต่อ เขาไม่ได้ตั้งให้โทรศัพท์ดังเตือนเวลามีทุกเมนชั่นในทวิตเตอร์เข้ามา เพราะฉะนั้นต่อให้แฟนๆ จะถล่มเมนชั่นเขาเพียงใด ก็จะไม่มีเสียงดังปลุกเขาแน่นอน
หลับไปได้ประมาณสองชั่วโมง มยองซูก็ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ข้างตัวขึ้นมาเป็นอย่างแรกเพื่อเช็คว่ามีใครอัพทวิตเตอร์บ้างหรือเปล่า... มีสมาชิกอยู่คนเดียวที่เมนชั่นเขากลับมาว่า
wowwh: @INFINITELKIM 힘내.. http://pic.twitter.com/xicQ51tJ (สู้ๆ..)
อา..ควรจะหัวเราะดีหรือเปล่ากับความหวังดีของนัมอูฮยอน
ถึงจะสงสัยอย่างนั้น แต่คิมมยองซูก็คลี่ยิ้มจางๆ ออกมาให้กับรูปถ่ายผ้าห่มที่อูฮยอนแนบมาให้ ทำอย่างกับตอนนี้เขาไม่ได้กำลังห่มผ้าหนาๆ ตั้งหลายผืนอยู่อย่างนั้นแหละ แต่พร้อมๆ กันกับที่เขารู้สึกตลกไปกับรูปที่อูฮยอนส่งมาให้ เขาก็เกิดรู้สึกน้อยใจขึ้นมาเหมือนกัน...
ไม่เชื่อหรอกว่าไม่ได้เช็คทวิตเตอร์เลย...ก็เห็นชอบเข้ามาเปลี่ยนไบโอตั้งหลายครั้ง...
เอาล่ะ เห็นแก่ความดีเมื่อคืนที่อุตส่าห์ทำตัวเป็นพี่ที่ดี (สักที) ด้วยการลุกออกจากเตียงไปหยิบยามาให้ (อ้อ เช็ดตัวให้ด้วยก็จริง แต่มือหนักเกินกว่าจะให้อภัย) คิมมยองซูจะให้เวลาจนถึงหกโมงเย็นก็แล้วกัน ระหว่างที่ซ้อมกันอยู่ที่ห้องซ้อมโดยไม่มีเขาที่ป่วยนอนซมล่ะก็ อย่างน้อยก็ควรจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คทวิตเตอร์บ้างสักครั้ง ควรจะเห็นข้อความของเขา แล้วก็ควรจะทำอะไรสักอย่างกับสิ่งที่เขาพิมพ์ไปได้แล้ว...
...นะ ลีซองยอล
wbljy: @INFINITELKIM 힘내... (สู้ๆ...)
...การตื่นมาเห็นข้อความนี้ในอีกหลายชั่วโมงถัดมา ทั้งทำให้มยองซูรู้สึกขอบคุณในความเป็นห่วงเป็นใยของท่านประธาน และก็ทั้งรู้สึกหดหู่หนักกว่าเดิมที่ไม่มีข้อความของคนที่รอคอยโผล่มาเลย ไอ้ไข้บ้าๆ นี่ที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะลดลง ร่างกายของเขายังรู้สึกอ่อนเพลียแม้ว่าจะนอนพักผ่อนและทานยาตามกำหนดเวลาไปแล้วก็ตาม แล้วก็...ยังรู้สึกหนาวอยู่...
ขืนรีทวีตตัวเองอีกรอบว่าหนาว คนคงคิดว่าเขาเรียกร้องความสนใจ... คือก็อยากจะเรียกร้องความสนใจจากคนที่ไม่มีท่าทีสนใจเลยจริงๆ นั่นแหละ แต่มันคงจะตลกและดูโจ่งแจ้งไป... คิดอย่างนี้แล้ว คิมมยองซูจึงตัดสินใจเริ่มพิมพ์ข้อความในไดเร็คเมสเสจ อย่างนี้น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่มีใครรู้นอกจากเขาสองคน แต่แล้วพอพิมพ์เสร็จ เขาก็เกิดก็เปลี่ยนใจขึ้นมาอีกครั้ง
ส่งไปบอกตรงๆ มันดู...เด็กชะมัดเลย... ไม่เอาๆ
เขากดปิดโปรแกรมทวิตเตอร์ในโทรศัพท์ทิ้ง และดูตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ที่บอกเวลา รู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นเวลาล่วงเลยจากตอนที่เขาทวีตไปว่าหนาวครั้งแรกมานานแล้ว ในช่วงเวลาที่นานขนาดนั้น ใครบางคนกลับไม่ได้สนใจและไม่ได้รับรู้เลยว่าเขาต้องการอะไร...
คิมมยองซูวางโทรศัพท์ลงอีกครั้งอย่างผิดหวัง ใบหน้าหล่อเหลามุ่ยลงเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ ดูเหมือนว่าพิษใจจะเล่นงานเขาหนักกว่าพิษไข้เสียอีก
เมื่อถึงเวลาค่ำ เสียงเอะอะโวยวายจากข้างนอกทำให้มยองซูรู้ว่าสมาชิกคนอื่นๆ พร้อมกับผู้จัดการยกเว้นอูฮยอนที่มีแสดงละครเวทีกลับมาถึงกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนอนเล่นไปอีกสักชั่วโมงนิดๆ ในตอนเย็น มยองซูก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเริ่มจะมีแรงขึ้นกว่าเดิมแล้ว
จางดงอูเป็นคนแรกที่เปิดประตูห้องและเข้ามาถามอาการของเขาอย่างเป็นห่วง
“ดีขึ้นแล้วใช่มั้ยมยองซู นี่ ซื้อไก่มาฝากด้วย วันนี้ต้องกินแต่ข้าวต้มที่พี่จองรยอลเตรียมไว้ให้คงเบื่อแย่เลยล่ะสิ ออกมากินด้วยนะ"
“ครับ เดี๋ยวผมออกไป...”
พอออกจากห้องนอนไปแล้ว เขาก็เห็นสมาชิกทุกๆ คนที่ดูจะหิวโหยและเหน็ดเหนื่อยจากการซ้อมกำลังนั่งล้อมโต๊ะตัวเตี้ยกันอยู่กลางห้องพลางกินมื้อค่ำของตัวเองกันอย่างเอร็ดอร่อย กล่องกระดาษของร้านไก่ทอดชื่อดังวางอยู่เต็มโต๊ะ คิมมยองซูมองไปที่คนที่นั่งอยู่ตรงที่มุมหนึ่งของโต๊ะ... คนตัวสูงคนนั้นท่าทางจะจดจ่อกับไก่ตรงหน้าเสียจนไม่ได้สังเกตเลยว่ามยองซูมาแล้ว ดงอูที่นั่งอยู่ข้างๆ ซองยอลอยู่ก่อนขยับที่ให้เขาอย่างรู้งาน
ทันทีที่นั่งลงข้างๆ ซองยอล มยองซูก็ถามขึ้นทันที
“นี่"
“หืม?”
“เห็นทวีตรึเปล่า?”
“ทวีตใคร?” ร่างสูงถามซื่อๆ
“ก็ใครถามอยู่ล่ะ" เริ่มใส่อารมณ์ลงไปในน้ำเสียงด้วยเพราะทั้งรู้สึกผิดหวังที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย และพอได้ยินมยองซูถามแบบนั้น ซองยอลก็ตอบกลับเสียงดัง
“ยังไม่เห็น วันนี้ซ้อมทั้งวันไม่ได้แตะมือถือเลยจะไปเห็นได้ยังไงเล่า? มีอะไรรึเปล่า"
จบ... ไอ้ที่เขากระวนกระวายทั้งที่โดนพิษไข้รุมเร้าทั้งวันนั้นเสียเปล่า ลีซองยอลไม่ได้เห็นทวีตของเขาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว และต่อให้ไปอ่านตอนนี้มันก็...ไม่มีความหมายอะไรแล้ว มยองซูส่ายหน้าใส่คนอายุมากกว่าและตอบไปเบาๆ ว่า "ไม่มีอะไรหรอก" ก่อนจะหยิบปีกไก่ชิ้นหนึ่งเข้าปากและเคี้ยวมันอย่างไม่รู้รสชาติเท่าไรนัก
คิมมยองซูเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่และกำลังจะเข้านอนพอดีตอนที่ซองยอลเปิดประตูเข้ามาในห้อง รายนั้นก็อยู่ในชุดนอนแล้วเรียบร้อยเหมือนกัน ปลายผมยังคงชื้นเล็กน้อยเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ การเห็นหน้าซองยอลตอนนี้ไม่ได้ทำให้มยองซูอารมณ์ดีนัก เขาจึงทำเป็นเหมือนไม่เห็นว่าคนที่นอนร่วมห้องอีกคนเดินเข้ามา และคนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจอะไรเขามากเช่นกัน เพียงแค่ถามสั้นๆ ว่า
“หายดียัง? เมื่อกี้เห็นกินไปตั้งเยอะ"
มยองซูทำเสียงงึมงำในลำคอตอบกลับไปเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับคำถามนั้นนัก
เขากำลังจะล้มตัวนอนบนเตียงเมื่อจู่ๆ คนตัวสูงก็โผเข้ามากอดรัดร่างของเขาไว้เสียแน่น และเพราะโดนกอดโดยไม่รู้ตัว มยองซูจึงพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนยาวๆ ของซองยอลพร้อมทั้งร้องโวยวาย
“นี่! ทำอะไรเนี่ย!”
“หายหนาวรึยังคิมมยองซู!”
คำถามที่ซองยอลเอ่ยออกมาทำให้ใบหน้าของมยองซูร้อนผ่าว... เขาละล่ำละลั่กตอบกลับไปว่า
"หะ...หายหนาวอะไรเล่า?”
“ก็เมื่อเช้านายทวีตว่าหนาวนี่"
“ก็ใช่...แล้วไงเล่า? บ่นว่าหนาวเฉยๆ ไม่ได้เหรอ? ไม่เห็นต้องกอดเลย...”
...คือจริงๆ ทวีตนั้นก็จงใจจะทวีตให้ซองยอลเห็นนั่นล่ะว่าเขาหนาว... อากาศหนาว... คิมมยองซูที่นอนป่วยเป็นไข้อยู่ที่ห้องคนเดียวกำลังหนาว เพราะฉะนั้นลีซองยอลที่ออกไปซ้อมอยู่ช่วยเห็นทวีตนี้แล้วสนใจหน่อยเถอะนะ... เพียงแต่ซองยอลไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คทวิตเตอร์แล้วก็ไม่ได้เห็นทวีตนั้นในเวลานั้น และก็คงไม่ได้เห็นเลยจนกระทั่งเขาไปถามตอนกินอาหารเย็นกันเมื่อกี้นั่นแหละ เพราะฉะนั้นจะมามีปฏิกิริยาอะไรกับทวีตของเขาตอนนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว
“แน่ใจนะว่าแค่บ่นว่าหนาว"
“อื้อ...ก็แค่หนาวเฉยๆ ไง ตอนนี้หายแล้ว"
“แล้วไอ้นี่มันอะไรกันล่ะ?”
หืม?
ร่างสูงล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาโดยที่แขนข้างหนึ่งยังคงโอบไหล่ของมยองซูเอาไว้ เขากดปุ่มสองสามครั้งก่อนจะยื่นให้มยองซูดูหน้าจอของเครื่องมือสื่อสารนั้น และคนอายุน้อยกว่าก็อ้าปากค้าง
Direct messages:
INFINITELKIM >
추워요.. 안아줘...
'หนาวอะ.. กอดหน่อยสิ...'
INFINITELKIM >
추워요.. 안아줘...
'หนาวอะ.. กอดหน่อยสิ...'
เขาคว้าโทรศัพท์ของซองยอลออกมาจากมือเจ้าของเพื่อดูให้แน่ใจว่านั่นเป็นข้อความที่เขาส่งไปจริงๆ ไม่ใช่คนอื่นส่ง แต่ก็ปรากฏชัดเจนว่าเป็นชื่อยูสเซอร์ทวิตเตอร์ INFINITELKIM ของเขาที่เป็นคนส่งข้อความนั้นให้ซองยอล รวมไปถึง...ข้อความนั้นก็ตรงกับที่เขาพิมพ์ไปเพราะหวังจะเรียกร้องความสนใจอีกรอบแต่กดปิดทิ้งไปก่อน...
นี่อย่าบอกนะว่าตอนนั้นไม่ได้กดปิด แต่กดส่งไปน่ะ...
“ฉัน...” มยองซูวางโทรศัพท์ของซองยอลลงอย่างจำนนต่อหลักฐาน เขาอ้ำอึ้งพร้อมๆ กับผิวแก้มที่กลายเป็นสีแดงจัด และนี่ก็ไม่ใช่เพราะพิษไข้แน่นอน หลักฐานมัดแน่นอย่างนี้จะให้คิมมยองซูแก้ตัวอะไรก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น ยิ่งซองยอลกลับมากอดเขาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างอีกครั้งเขาก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก และท่าทางแบบนี้ของมยองซูก็ยิ่งทำให้คนตัวสูงได้ใจ เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้าผากตัวเองเข้าไปทาบหน้าผากของมยองซู
“นะ...นี่!”
“เหมือนไข้จะลดแล้วนี่นา ตัวไม่ร้อนเหมือนเมื่อคืนแล้ว...” ซองยอลพึมพำด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับคนถูกวัดไข้ที่ตอนนี้มองเขาอย่างค้อนๆ ไม่น่าเลย ไม่น่าพลาดส่งข้อความนั่นไปเลย... “อย่างนี้ก็ไม่ต้องแล้วล่ะสิ"
“ไม่ต้องอะไร?”
“หายหนาวแล้ว ฉันก็ไม่จำเป็นต้องกอดนายแล้วนี่...”
“หา..?”
ซองยอลปล่อยมยองซูออกให้เป็นอิสระก่อนจะลุกออกไปจากเตียงของคนอายุน้อยกว่า "ฉันนอนแล้วนะมยองซู หายไวๆ ล่ะ แล้วพรุ่งนี้...”
มยองซูพึมพำอะไรบางอย่างออกมาที่ซองยอลฟังไม่ถนัดจนเขาต้องหันกลับไปถาม
“...นายพูดอะไรนะ?”
คราวนี้มยองซูยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาทางเขา แม้นัยน์ตาสีเข้มนั้นจะหลุบลงเพื่อเลี่ยงที่จะสบตาเขาตรงๆ แต่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นก็เปล่งเสียงออกมาฟังชัด และแก้มแดงๆ นั้นก็...บอกความรู้สึกของคนพูดได้ดีทีเดียว
"...กอดหน่อยสิ"
“...ยังหนาวอยู่อีกหรือไง?”
“ไม่หนาวแล้ว...” มยองซูก้มหน้างุด "...ไม่หนาวแล้วกอดไม่ได้หรือไง?”
ร่างสูงกลับไปนั่งลงบนเตียงของคนตัวเล็กกว่าอีกครั้ง และก็สนองคำเรียกร้องของเจ้าตัวด้วยการดึงตัวคนขาดความอบอุ่นเข้ามากอดไว้แน่นก่อนจะดึงให้ลงไปนอนราบบนฟูกด้วยกันทั้งคู่ ตอนนี้คิมมยองซูจึงมีสภาพไม่ต่างจากหมอนข้างของลีซองยอลเลยแม้แต่นิดเดียว คนอายุมากกว่าจูบที่แก้มนุ่มๆ ของมยองซูเบาๆ ก่อนจะกระซิบกระซาบริมหูว่า
“เดี๋ยวจะนอนกอดนายไว้ทั้งคืนเลย...”
หลังจากนั้นไม่นานมาก จางดงอูที่เพิ่งจะเข้านอนก็ผลักประตูเข้ามาในห้อง พอเห็นภาพซองยอลนอนกอดมยองซูเอาไว้เขาก็หลุดขำออกมา คนที่เป็นหมอนข้างจำเป็นของซองยอลนั้นผล็อยหลับไปแล้ว หน้าตาของมยองซูตอนหลับนั้นเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด แต่คนที่กอดคนตัวนุ่มๆ เอาไว้เต็มแขนนั้นยังไม่หลับ แถมยังมองคนในอ้อมกอดด้วยสายตาเหมือนกำลังมองลูกแมวน่ารักน่าเอ็นดูสักตัว
“ทำตามที่มยองซูขออยู่หรือไงซองยอล"
“ใช่...เล่นส่งข้อความมาขนาดนั้นจะไม่ให้ทำตามได้ยังไงเล่า"
ซองยอลตอบพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม...
ไว้มยองซูตื่นค่อยรู้แล้วกันว่าเขาเห็นทั้งทวีตและข้อความของมยองซูตั้งแต่ก่อนซ้อมเสร็จเสียอีก...แล้วก็ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวด้วย พออ่านข้อความนั้นมาเขาก็อดที่จะเก็บความน่ารักของมยองซูไว้ดูคนเดียวไม่ได้ ยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้สมาชิกทั้งวงยันผู้จัดการได้อ่านมัน...
แต่ห้ามมยองซูรู้เด็ดขาดว่าวินาทีที่เขาเห็นข้อความนั้นน่ะ เขาอยากจะวิ่งกลับมาที่หอพักเพื่อกอดเจ้าคนหน้าตาดีของวงนี่มากแค่ไหน... นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าจำเป็นต้องซ้อมต่อ เขากลับมากอดมยองซูตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ไม่รอจนถึงตอนนี้หรอก
ก็นานๆ ทีคิมมยองซูจะเป็นฝ่ายอ้อนเขาถึงขนาดนี้นี่นา...
END.